ในช่วงฤดูหนาวเราจะต้องดูแลสุขภาพให้ดีเพื่อจะได้ไม่เจ็บป่วย

เนื่องจากฤดูหนาวนั้นมักจะมีอากาศที่หนาวและเย็นกว่าฤดูอื่นๆซึ่งในบางครั้งเรานั้นก็จะเจอทั้งแดดและฝนอีกด้วย ซึ่งในบางคนที่มีร่างกายที่อ่อนแอนั้นมักจะป่วย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุสูงๆหรืออาจะเป็นบุคคลที่มีโรคประจำตัว อาทิเช่น โรคภูมิแพ้ โรคหอบ เป็นต้น หากมีอาการกำเริบและก็ทำให้ทรุดหนักจากการได้รับเชื้อแทรกซ้อนได้พวกเรามาดูกันว่าจะมีแนวทางใดที่สามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพให้ดีขึ้น ป้องกันโรคภัยในช่วงฤดูหนาวได้เป็นอย่างดี

ควรทานอาหารที่มีวิตามินซีสูง

ผักสีเขียว ยกตัวอย่างเช่น ผักคะน้า ผักกาดเขียว ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น สับปะรด ส้ม มะนาว ผลไม้จำพวกเบอร์รี่ฝรั่ง ช่วยกระตุ้นหลักการทำงานของเม็ดเลือดขาวให้ดีขึ้นได้ และยังป้องกันการติดเชื้อไวรัสที่แพร่ระบาดในช่วงฤดูหนาวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายในช่วงฤดูหนาวเป็นเรื่องที่ยากสำหรับหลายๆคน เนื่องจากอากาศดีน่านอน แต่ว่าก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องแบ่งเวลาออกกำลังกายอย่างต่ำวันละ 30 นาทียกตัวอย่างเช่น การเดินเร็ว กระโดดเชือก ขี่จักรยานหรือเดินแกว่งแขน สามารถกระตุ้นหลักการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงยิ่งขึ้น รวมทั้งยังช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญ ลดน้ำหนักไปในตัวด้วย

การหลีกเลี่ยงที่ชุมนุมชน

ในตอนที่อากาศเปลี่ยนแปลง ถ้าหากมาอยู่รวมกันในที่ชุมชน ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนต์ ห้องอาหารห้องแอร์ ที่อากาศระบายไม่ดี จะมีโอกาสได้รับเชื้อโรคนานานชนิดเข้าสู่ร่างกายมาก ซึ่งในช่วงฤดูหนาวจะเป็นเวลาที่หลายท่านพากันท่องเที่ยวกับครอบครัว ก็เลยจำเป็นต้องระมัดระวังสุขภาพเยอะขึ้น ควรจะเลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอากาศปลอดโปร่งบริสุทธิ์ ยกตัวอย่างเช่น แนวธรรมชาติ น้ำตก ภูเขา แม่น้ำ จะไม่เป็นอันตรายนั่นเอง

การล้างมือให้บ่อยครั้ง

โรคที่ติดเชื้อที่มักพบในช่วงฤดูหนาว ส่วนหนึ่งมาจากแบคทีเรียที่มือพวกเราสัมผัสสิ่งต่างๆแล้วจับของกิน ก็เลยติดเชื้อในลำไส้ ทำให้ท้องเสีย รวมทั้งเสี่ยงเป็นโรคผิวหนังด้วย การล้างมือเป็นประจำจึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่สามารถช่วยทำให้ไกลห่างโรคได้ โดยจะต้องล้างให้สะอาดระหว่างง่ามนิ้วเล็บและก็รอบๆข้อมือด้วย

สวมเสื้อผ้าหนาเพียงพอ

การที่มีอุณหภูมิที่หนาวเย็นกว่าปกติ จำเป็นจะต้องใส่เสื้อผ้าหลายชั้น สวมถุงเท้าแล้วก็หมวกไหมพรมในเวลาเข้านอน ก็จะช่วยให้ร่างกายมีอุณหภูมิที่อุ่นขึ้น โดยยิ่งไปกว่านั้นเด็กตัวเล็กๆและผู้สูงอายุ ควรจะมีคนดูแลเพิ่มผ้าพันคอไหมพรม และใส่ชุดคลุมแขนยาวเสมอเมื่อจะต้องออกนอกบริเวณบ้าน

ในยุคที่มีเศรษฐกิจเช่นนี้ทำอย่างไรให้สุขภาพจิตของเราแข็งแรง

ผลการวิจัยที่มีสถิติออกมาจากกระทรวงสาธารณสุขนั้นได้มีการพบว่าในยุคปัจจุบันเช่นนี้ได้มีผู้คนเป็นจำนวนที่มากเอาการที่พวกเขานั้นมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิต เช่น เป็นโรคเครียด หรือโรคซึมเศร้า วิตกกังวล เป็นต้น สำหรับสาเหตุนั้นส่วนใหญ่มาจากการเครียดจากการทำงานนั่นเอง และนแกจากนั้นยังมาจากผลกระทบที่เกิดจากการเล่นโซเชียลอีกด้วย

ซึ่งทางกรมที่เกี่ยวกับสุขภาพจิตได้มีการแนะนำถึงเรื่องการส่งเสริมความแข็งแรงให้กับสุขภาพจิตองเรา โดยมีการทำให้จิตใจมีความแจ่มใสนั่นเอง เนื่องจากวิธีต่างๆ ที่ทุกคนนั้นจะสามารถนำไปเพื่อเป็นการปรับใช้ให้ได้ประโยชน์มากที่สุด และไม่ว่าคุณนั้นจะอยู่ในวัยใดๆก็หรืออาจจะตลอดจนถึงวัยผู้สูงอายุก็ได้เช่นกัน โดยมีหลักการปฏิบัติดังต่อไปนี้

ขยันออกกำลังกาย

เนื่องจากในการออกกำลังกายนั้นมันจะมีข้อดีของมันอยู่ไม่น้อยเลย ซึ่งมีผลการวิจัยของเหล่าแพทย์พบว่าในการออกกำลังกายนั้นเป็นการช่วยในการกระตุ้นให้ร่างกายมีการหลั่งสารเอ็นโดรฟินเพื่อเป็นการช่วยในเรื่องของการกระตุ้นความรู้สึกมีความสุขให้แก่ชีวิตได้ดีขึ้น ซึ่งในการออกกำลังกายนั้นสามารถออกได้ในตอนเช้าประมาณ 30 นาทีก่อนที่จะออกไปทำงานก็ได้ หรือจะออกกำลังกายในเวลาทีเป็นตอนเย็นๆหรือค่ำๆหลังจากที่ท่านเลิกงานมานั้นก็ย่อมได้เช่นกัน

การออกกำลังกายนั้นเราควรที่จะทำการออกในทุกๆวันหรืออาจะออกประมาณ 150 นาที เพราะมันจะส่งผลช่วยให้ระบบภายในของร่างกายของเรานั้นดีขึ้นมานั่นเอง

การมองโลกในแง่ที่ดี

สำหรับวิธีการมองโลกในแง่ดีนั้นเป็นการทำให้เราอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ง่ายขึ้นไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวหรือแม้แต่คนรอบข้าง หรือผู้ร่วมมงานก็ตาม ซึ่งการทำเช่นนั้นเป็นการทำให้เรานั้นปรับความคิดของเรานั่นเองเพื่อเป็นความสุขให้แก่ตัวเรา และเป็นการลดปัญหาการทะเลาะเบาะแว้ง หากเราทำเช่นนี้ได้เรานั้นจะเป็นบุคคลที่มีความใจเย็นมากขึ้น และยังช่วยให้อาการหงุดหงิดของเราลดลงอีกด้วยนะ

ผลพวงของการมองโลกในแง่ดีนี้จะทำให้เราเป็นที่รักของครอบครัวและคนรอบข้างของเรา ซึ่งจะก่อให้เกิดคนที่มีอารมณ์ที่ดีอยู่กับเราไปด้วยดังนั้นสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องราวดีๆที่จะก่อให้เกิดความสุขที่ได้มาจากการปฏิบัติตนของเรานั่นเอง

การทำสิ่งที่ดีๆย่อมได้สิ่งดีๆกลับมา เราเชื่อว่าหากเรานั้นพูดดีคิดดี และเรานั้นจะต้องเจอแต่สิ่งดีๆเป็นแน่ หากเราเจอคนที่อารมณ์ร้ายเรานั้นก็ควรเดินออกมาให้ไกล และไม่ควรไปร้ายตามเขา เราควรมีสมาธิและใจเย็น เดี๋ยวคนเหล่านั้นก็จะเย็นตามเรามาเอง

กินอะไรบ้างที่จะเป็นการบำรุงตับของเรา

อวัยวะที่สำคัญต่อร่างกายของเรานั้นก็คือตับนั่นเอง เพราะตับนั้นทำหน้าที่กำจัดบรรดาสารพิษที่ปนมากับอาหารที่เรานั้นทานเข้ามาโดยที่เรานั้นไม่ได้เลือกทานนั่นเอง หากตัวเรานั้นได้มีการเลือกทานอาหารอย่างเหมาะสมแล้ว ก็จะมีสารพิษที่ตกค้างที่ตับของเราน้อยลง ซึ่งนั้นก็จะส่งผลให้สุขภาพของเราดีขึ้นได้

ซึ่งเรานั้นจะต้องเลือกอาหารที่ดีต่อร่างกายของเราเพื่อจะได้ไม่เสี่ยงให้ตับของเรานั้นมีปัญหา โดยวิธีการง่ายๆดังนี้

อาหารที่ดีต่อตับของเราและควรที่จะนำมาทานนั่นก็คือ

อาหารที่ตับของเรานั้นต้องการก็คงไม่พ้นกลุ่มของผัก โดยส่วนใหญ่แล้วตับจะชอบผักใบเขียวทั้งหลาย อย่างเช่น กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ บรอกโคลี เป็นต้น

ซึ่งหากเรานั้นได้ทานอาหารประเภทผักใบเขียวแล้วจะดีต่อร่างกายของเราด้วยเพราะมันจะกำจัดไขมันร้ายที่สะสมในเซลล์ตับได้ ซึ่งนั้นก็จะเป็นการที่ทำให้ตับของเรานั้นทำงานได้เต็มที่และจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งมีผลวิจัยที่บ่งบอกว่าเอนไซม์ที่แสดงถึงการอักเสบของตับนั้น หากเรามีการรับประทานอย่างต่อเนื่อง 1-2 เดือน จะเห็นผลว่าลดลงได้อย่างชัดเจนด้วย

สำหรับใครที่มีความชื่นชอบที่จะรับประทานเครื่องเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขมิ้นจะได้รับประโยชน์ต่อตับเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าในขมิ้นมีสารเคอร์คูมินที่มีสรรพคุณต่อต้านโรคมะเร็งแล้วก็ต้านอนุมูลอิสระสูงทั้งยังช่วยเพิ่มการสร้างสารที่ดีในตับที่มีชื่อว่า glutathione โดยมันจะช่วยในการป้องกันตับในการกำจัดเหล่าสารพิษนั่นเอง

นอกจากนั้น ควรที่จะทำการเลือกดื่มเครื่องดื่มสำหรับดูแลสุขภาพ อย่าง ชาเขียว ที่มีการศึกษาพบว่า เป็นสมุนไพรที่มีสารปกป้องตับ ที่เรียกว่าคาเทชิน ทำให้ลดไขมันที่สะสมในตับ และก็ยังลดการเสี่ยงการเป็นโรคโรคมะเร็งที่ตับได้ด้วย โดยสามารถดื่มบ่อยๆได้ถึงวันละ 4 ถ้วย แต่ว่าก็เน้นว่าควรจะเป็นสูตรชาเขียวจากธรรมชาติ ไม่ผสมน้ำตาลหรือแต่งสีรวมทั้งกลิ่นสังเคราะห์ เพื่อให้มีความปลอดภัยต่อร่างกายในระยะยาว

เราควรที่จะหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นอันตรายต่อตับ และนอกจากการที่เรานั้นรับประทานอาหารที่ดีแล้ว ยังมีกลุ่มอาหารที่ควรจะหลีกเลี่ยงเพราะว่ามีผลร้ายต่อเนื้อเยื่อในตับ อาทิเช่น อาหารกลุ่มปิ้งย่างที่ใช้ไฟแรง ทำให้มีส่วนไหม้เกรียมนั้นเอง ซึ่งจะเป็นการทำให้สารพิษเหล่านั้นไปทำร้ายกับเซลล์ตับและมันยังเป็นการเสี่ยงสูงที่จะเป็นมะเร็งในตับได้อีกด้วยนะ

เราจะดูแลสุขภาพอย่างไรเพื่อให้ไกลจากโรคความดันสูง

เราจะเห็นได้ว่าโรคความดันโลหิตสูงนั้นเป็นปัญหาสุขภาพของคนไทยแล้วก็คนอื่นๆทั่วโลก ซึ่งเดิมทีเรานั้นจะพบกับกลุ่มที่เป็นผู้สูงอายุนั่นเอง โดยจะมีสาเหตุมาจากการเสื่อมสภาพของร่างกายตามธรรมชาติ แต่ว่ามีผลการศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยที่ยืนยันว่า ในปัจจุบัน กลุ่มของผู้คนที่อายุน้อยลง เช่น วัยรุ่น วัยทำงาน เป็นภาวะความดันโลหิตสูงเพิ่มมากขึ้น เนื่องมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน การบริโภคที่ไม่เหมาะสมแล้วก็การขาดการออกกำลังกาย

วิธีการดูแลร่างกายให้ห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูงมีดังต่อไปนี้

การออกกำลังกายบ่อยๆ สำหรับการออกกำลังกายจะช่วยสำหรับในการสร้างสมดุลของระบบหัวใจและก็เส้นเลือด ให้ทำงานเป็นปกติยิ่งขึ้น ช่วยในการสลายไขมันส่วนเกิน รวมทั้งลดระดับไขมันที่อุดตันในเส้นเลือด หรือโคเรสเตอรอลที่อุดตันหลอดเลือดทำให้มีความเสี่ยงต่อสภาวะหัวใจวาย

ผู้ที่มีความชำนาญด้านที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพแนะนำให้ออกกำลังกายวันละครึ่งชั่วโมง เป็นประจำหรือบ่อยๆหรืออย่างน้อย 150 นาทีต่ออาทิตย์ ตามความเหมาะสมของพื้นฐานสุขภาพของแต่ละคน จะทำให้ระดับความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ 120/80 มากยิ่งขึ้น

การควบคุมอาหาร อาหารบางประเภทจะเพิ่มการเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีการเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงจากพันธุกรรมอยู่แล้วจากการมีประวัติของคนภายในครอบครัวก็เลยจำเป็นต้องลดปริมาณของการรับประทานลง ได้แก่ อาหารที่มีเกลือเข้มข้นสูง ยกตัวอย่างเช่น ซีอิ๊ว น้ำปลา น้ำปลาร้า ซอสมะเขือเทศรวมทั้ง อาหารที่ใส่ผงฟู อาทิเช่น ขนมปัง ขนมเค้ก คุ้กกี้ หรือผงชูรสในของกิน ถ้าทำกับข้าวเอง จะต้องลดสัดส่วนของสารที่กล่าวมาอย่างน้อย 1 ในสาม ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข

การฝึกจิตใจให้ปล่อยวาง การมีปัญหาความเครียดแบบสะสมจะมีผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น หลอดเลือดหดเกร็งตัวแล้วไปเพิ่มระดับความดันโลหิตสูงให้สูงมากขึ้นซึ่งพวกเราอาจเคยได้ฟังข่าวสารว่าผู้ที่มีความเครียดมากจนทำให้ระดับความดันโลหิตสูงขึ้นได้นั่นเอง จนเป็นสาเหตุที่ทำให้หัวใจวายได้ การฝึกจิตใจด้วยการปล่อยวางเพื่อเป็นการลดความเครียดลง โดยอย่ามีความกดดันให้กันตนเองจนมากเกินไปรวมทั้งให้เวลากับการพักผ่อนให้มากขึ้น จะก่อให้ลดสภาวะเครียดได้ดียิ่งขึ้น

ควรเลิกสูบบุหรี่ การที่เรานั้นสูบบุหรี่ทำให้ร่างกายของเรานั้นได้รับสารนิโคตินมากจนเกินไป ซึ่งมันส่งผลให้ร่างกายของเรานั้นแย่ไปด้วย ซึ่งมันจะไปส่งผลให้หลอดเลือดของเรามีปัญหาได้

วิธีที่จะทำให้เรานั้นมีสุขภาพที่ดีได้

สำหรับสุขภาพนั้นเชื่อว่าใครๆล้วนอยากมีสุขภาพที่ดีด้วยกันทั้งสิ้น แต่ในยุคปัจจุบันของเรานั้นล้วนแต่ทำให้เรามีสุขภาพแย่ลงได้ ไม่ว่าจะเป้นการกินในรูปแบบต่างๆ หรือแม้แต่การเป็นอยู่หรือการใช้ชีวิตก็ตาม เราส่วนใหญ่ล้วนใช้เวลาไปกับสิ่งต่างๆที่ไม่มีประโดยชน์ด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นสิ่งต่างๆที่เรากำลังเจอนั้นเรียกได้ว่ามันคือการทำให้สุขภาพของเรานั้นแย่ลง

ดังนั้นวันนี้เรามาหาวิธี่ทำให้สุขภาพของเราดีขึ้นได้กันดีกว่านะ

วิธีแรกนั้นก็คือการเลือกรับประทานอาหารที่ครบถ้วน

จะเห็นได้ว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่เป็นเบสิคเพราะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุที่เรานั้นจะทำได้เป็นสิ่งแรกที่เรานั้นควรที่จะทำอีกด้วยนะ ซึ่งเรานั้นปฏิเสธไม่ได้ว่า อาหารหลัก 5 หมู่นั้นคือปัจจัยที่สำคัญต่อร่างกายของคนเรา เพราะมันนั้นจะเป็นการเข้าไปซ่อมแซมส่วนที่มีการสึกหรอของร่างกาของเรานั่นเอง

ดังนั้นหากเราต้องการให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นเราควรที่จะเลือกทานอาหารโดยควรเป็นอย่างยิ่งที่เรานั้นจะงดของทอดที่เป็นการอมน้ำมัน หรืออาหารจำพวกที่มีไขมันสูง เพราะร่างกายของเรานั้นมิอาจที่จะเผลาญได้ทั้งหมดนั่นเอง

อันดับต่อมานั้นก็คือการบำรุงส่วนที่เป็นสมอง

จะห็นได้ว่าสมองของเรานั้นล้วนมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะสมองเป็นการสั่งงานทุกอย่างของระบบของร่างกายของเรานั่นเอง ทำให้เรานั้นจะต้องบำรุงสมองให้มาก เพราะหากร่างกายไม่มีการเลี้ยงด้วยสมองก็จะทำให้เรานั้นหมดแรงได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็เลือดที่ทำการเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายก็ตามเพราะนั้นคือการสั่งงานของสมองเช่นเดียวกัน จะเห็นได้ว่าหากสมองเรานั้นตาย ระบบต่างๆภายในของร่างกายของเราก็ตายไปด้วยเช่นกัน

อันดับสุดท้ายนั้นก็คือการพักผ่อนหรืออาจจะเป็นการพักของสายตาของเรานั่นเอง

หากเรานั้นไม่ยอมหลับยอมนอนระบบการทำงานของร่างกายก็ก่อให้เกิดการเพลียได้ ดังนั้นจึงเป็นบ่อเกืดให้ร่างกายของอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด การพักสายตาด้วยการนอนหลับถือได้ว่าเนสิ่งที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะการนอนหลับนั้นเป็นการทำให้ส่วนของสมองของเรานั้นไม่มีการทำงานหรือมีการทำงานเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น จึงทำให้ร่างกายของคนเราได้พักเพราระมันเท่ากับว่าเหมือนเราได้ชาทแบตให้กับตนเองนั่นเอง การพักสายตาถือได้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้สิ่งต่างๆที่ได้พูดมาก่อนหน้านี้เลย ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นวิธีไหนก็ตามมันส่งผลดีต่อร่างกายของคุณเหมือนกัน ดังนั้นควรที่จะพักผ่อนและกินอาหารใหห้ถูกวิธีเพื่อร่างกายที่แข็งแรง

ผู้สูงอายุควรเน้นทานอาหารประเภทอะไรบ้าง

ผู้สูงวัยมีความต้องการพลังงานลดน้อยลงจากวัยผู้ใหญ่ เพราะเหตุว่าจำนวนกล้ามและก็มวลกล้ามที่ลดน้อยลง การลดน้อยลงของมวลกล้ามบางทีอาจเพราะว่าการใช้พลังงานสำหรับเพื่อการประกอบกิจกรรมในชีวิตประจำวันแล้วก็อัตราการผลิตเยื่อใหม่ๆลดน้อยลง อัตราการเผาผลาญอาหารน้อยลงตามอายุที่มากขึ้น

แม้กระนั้นความจำเป็นสารอาหารอื่นๆและก็วิตามินแล้วก็เกลือแร่ไม่น้อยลง เว้นเสียแต่สิ่งที่ต้องการธาตุเหล็ก สำหรับการบริโภคของกินของคนแก่จำต้องนึกถึงประสิทธิภาพของของกิน โดยให้พลังงานน้อยลง แม้กระนั้นได้สารอาหารครบ

สารอาหารโปรตีน

พลังงานที่ควรจะได้รับจากโปรตีนควรจะพอๆกับจำนวนร้อยละ 12-15 ของพลังงานที่ควรจะได้รับต่อวัน หรือรับประทานเนื้อสัตว์วันละไม่เกิน 180 – 210 กรัม แหล่งของของกินโปรตีนที่คนวัยแก่ควรจะกินเช่น เนื้อสัตว์ โดยเฉพาะ ปลารวมทั้งไก่ที่เลาะหนังออก นม ถั่วต่างๆรวมทั้งสินค้าจากถั่ว ดังเช่น เต้าหู้ น้ำนมถั่วเหลือง ไข่ เป็นโปรตีนที่มีคุณภาพสูง

เหมาะสมกับคนวัยแก่โดยเฉพาะอย่างยิ่งไข่ขาว ซึ่งมีจำนวนไขมันน้อยกว่า ไข่แดง ให้กินอาทิตย์ละ2-3 ฟอง และก็พบว่าคนวัยชราขาดวิตามินบี12 เพราะว่าคนแก่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ด้วยเหตุว่าเหนียว บดยาก และก็กลัวการได้รับไขมันกับคอเลสเตอรอลจากเนื้อสัตว์ ควรจะคิดถึงความรู้ความเข้าใจสำหรับในการย่อยของกินโปรตีนด้วย เนื่องมาจากเมื่อมนุษย์เราแก่มากขึ้น ความรู้ความเข้าใจสำหรับการย่อยแล้วก็ซับของกินโปรตีนกลับน้อยลง

ถ้าหากกินโปรตีนมากเกินความปรารถนาของร่างกาย จะเป็นผลเสียต่อสุขภาพร่างกายโดยจะไปเพิ่มภาระหน้าที่หลักการทำงานของไต รวมทั้งเนื่องจากว่าในคนวัยชรารูปแบบการทำงานของไตจะต่ำลงมากยิ่งกว่าปริมาณร้อยละ 50 เมื่อเปรียบเทียบกับวัยเอ๊าะๆ แต่ว่าการขาดโปรตีนในคนชราเป็นต้นเหตุหนึ่งสำหรับการกระตุ้นให้เกิดบวม คัน, เหนื่อย แล้วก็ภูเขาไม่ต้านทานทางต่ำลง

คาร์โบไฮเดรต

รูปร่างของพลังงานที่ควรจะได้รับจากคาร์โบไฮเดรตควรเป็นจำนวนร้อยละ 50-60 ของพลังงานทั้งผองที่ได้รับต่อวัน โดยจำเป็นต้องคิดถึงประสิทธิภาพของคาร์โบไฮเดรต เป็น กินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (complex carbohydrate) แล้วก็ใยอาหาร (dietary fiber) ดังเช่นว่า กินข้าว ข้าวซ้อมมือ เมล็ดพืช มากยิ่งกว่าการกินข้าวหรือแป้งที่ผ่านกรรมวิธีขัดสี

ไขมัน

ควรจะได้จำนวนร้อยละ 30 ของพลังงานที่ได้รับต่อวันหรือโดยประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ เลี่ยงไขมันจากสัตว์ ควรจะกินน้ำมันที่สกัดจากถั่วเหลือง น้ำมันที่สกัดจากข้าวโพด น้ำมันที่ทำขึ้นมาจากรำข้าวควรจะระวังการกินของกินที่มีไขมันมากมายๆได้แก่ ขนมปาท่องโก๋ ของกินทอด ของกินที่มีน้ำกะทิมากมายๆเนื่องจากอาจจะส่งผลให้อาการท้องอืด แน่นท้อง รวมทั้งยังมีผลให้น้ำหนักตัวมากขึ้น

ใยอาหาร

โดยมากคนวัยชรามักประสบพบเจอปัญหาท้องผูก การปกป้องบางทีอาจทำเป็นโดยการให้บริโภคของกินที่มีใยอาหารมากมายๆเป็นต้นว่า ถั่ว ผัก ผลไม้จำพวกต่างๆใยอาหารจะช่วยเพิ่มมวลแล้วก็ความนุ่มของอุจจาระ ทำให้การขับถ่ายสบายขึ้น ด้วยเหตุดังกล่าวการนำของเสียต่างๆผ่านไส้ออกมาจากร่างกายจะเร็วขึ้น ก็เลยช่วยลดอุบัติการณ์การเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ ควรจะบริโภคใยอาหารวันละ 20 – 35 กรัม ลดปริมาณของการบริโภคน้ำตาลและก็น้ำหวาน

เหตุเพราะทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพหลายประการเช่นฟันผุ สภาวะน้ำหนักตัวเกินและก็โรคอ้วน นอกจากนั้นการกินขนมหวานมากมายๆจะไปลดการรับประทานของกินจากแหล่งธรรมชาติ ดังเช่น ผัก ผลไม้ การกินน้ำตาลมากมายๆทำให้ตับอ่อนจำต้องสร้างอินซูลิน (Insulin) มากขึ้น เป็นเหตุให้เกิดสภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ร่างกายก็จะต้องได้รับน้ำตาลเพื่อเพิ่มพลังงานอีก ถ้าเป็นแบบนี้เป็นประจำครั้งก็จะส่งผลให้เกิดการเป็นโรคโรคเบาหวานสุดท้าย