เทคนิดการอดอาหารไม่ต่อเนื่อง

สำหรับคนที่เริ่มต้นในการทำif หลายๆคนก็ไปหามาจากหลายๆแหล่งแล้วก็เกิดความสับสนวันนี้ขออนุญาตเปิดเผยหลักการเบื้องต้นเลยง่ายๆแล้วทุกคนจะสามารถนำเอาไปปรับใช้ทำได้เอง คือ 

ข้อที่1การทำlntermittentเราจะมีคำศัพท์อยู่สองศัพท์ก็คือ if  คือการอดอาหารแต่ว่าในการอดอาหารเรายังมีช่วงที่เรานั้นรับประทานนั้นในข้อแรกเราก็จะมาพูดถึงความถี่ของการทาน IF ในคนที่เริ่มทำ  IFจะต้องพิจารณาก่อนว่าคุณสะดวกใจที่จะทำ IFถี่มากแค่ไหนในบางคนสายแข็งบอกว่าฉันสามารถทำมันได้ทุกวันและมันจะเป็นการทำ IFแบบเต็มรูปแบบ7วันต่อสัปดาห์แล้วก็ทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ

ซึ่งในความเป็นจริงแล้วพวกเราทุกคนตั้งแต่เกิดวันแรกลืมตาดูโลกเราก็ยัง IFอยู่แล้วเพราะในเวลาที่เราหลับเราก็ไม่ได้รับประทานอะไรเพียงแต่ว่าเราไม่ได้ทำ IFไม่ได้นานพอที่จะทำให้มันส่งผลต่อสุขภาพเท่านั้นเองเรานอนหลับทุกวันเราก็ IFอยู่แล้วเพียงแต่ว่าในช่วงเวลา IFเราจะอยู่ที่ประมาณ6-10ชม.ถึง12ชม.

ดังนั้นในความถี่ที่มีความสำคัญก็คือว่าในบางคนที่เป็นวิธีการนิยมมากก็คือเรียกว่าทำ IFวันเว้นวัน คือการรับประทานปกติหนึ่งวันเช่นจันทร์พุธ ศุกร์ แล้วก็ อังคาร พฤหัส เสาร์ ทำแบบเข้าโปรแกม IFอันนี้เขาเรียกว่า Alternate dag fasting ก็คือทำวันเว้นวันถ้าหากหลายๆคนบอกว่าวันเว้นวันนี่มันถี่เกินไปไม่สะดวกใจคุณลองทำวันเว้น2วัน

ซึ่งในวิธีการแบบนี้เขาเรียกว่า5ต่อ2 ก็คือรับประทานปกติ5วันแล้วก็ทำด้วยกระบวนการ Alternate dag fasting2วันการทำ5ต่อ2ก็ได้เป็นที่นิยมเหมือนกัน

เนื่องจากว่ามันทำได้ง่ายแล้วมันก็ไม่ได้ทำทุกวันบางทีทำเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ที่เราอยู่บ้านมันก็สะดวกใจอยู่เหมือนกันหรือบางคนบอกว่า5ต่อ2ก็ถี่เกินไปก็สะดวกเมื่อไรก็ทำเมื่อนั้นอันนี้ก็สามารถทำได้เหมือนกัน

นอกจากนี้ประสิทธิภาพที่จะได้จากการทำ IF ก็ลดน้อยถกถอยกันไปตามความถี่ที่คุณนั้นได้ทำ

ข้อที่2ในเรื่องของความนานในการทำ ฟาสติ้ง โดยปกติแล้วในวันที่คุณนั้นทำฟาสติ้งความนานมันก็แล้วแต่ถ้าเปรียบเทียบเป็นนาฬิกาชีวิตอย่างคนไทยเรามักจะทานแต่2โมงเช้าแล้วจะทานอีกทีก็6โมง หรือ2ทุ่มตีไปเลยว่ากิน12อดอาหารประมาณนั้น

ดังนั้นการที่จะทำ IFแล้วจะหวังผลในเรื่องของโรคหัวใจและหลอดเลือดเบาหวานน้ำหนักความดันก็จะต้องทำในระยะเวลาอดอาหารที่ยาวกว่านั้น

นักวิจัยในเปเปอร์นี้น่าสนใจเพราะว่าอันนี้มันเป็นการสรุปรวมประโยชน์ที่เกิดขึ้นของการทำ IFแล้วเขาได้แนะนำว่าการทำ IFที่ดีควรจะทำ IFคือการอดอาหารในช่วงเวลาเดียวกันกับที่คุณกำลังจะพักผ่อนแล้วก็กินในช่วงเวลาเดียวกับที่คนทั่วไปเขาได้ทานกัน

 

สนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

เกล็ดความรู้การดูแลสุขภาพกายและใจ

ทุกๆคนเคยได้ยินกับใช่มั้ยกับประโยคที่บอกว่าความไม่มีโรคนั้นอันเป็นลาภอันประเสริฐมันเป็นความกล่าวได้หมดในทุกๆยุคทุกสมัยและมันก็ได้เป็นความจริงที่ยากจะปฏิเสธต่อให้เราได้มีเงินทองมากมายมหาศาลแค่ไหนแต่ถ้าสุขภาพของเราไม่ดีเจ็บออดๆแอดๆชีวิตของเรามันก็ยากที่จะมีความสุขได้

ถ้าหากเราจะต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยมากกว่าการไปเที่ยวพักผ่อนและเราก็ได้มี5วิธีการดูแลสุขภาพกายและใจมาฝากทุกคนกัน

เรามาดูกันเลยว่า5วิธีมันจะมีอะไรบ้าง

วิธีแรกต้อง รับประทานอาหารให้ครบ5หมู่และควรจะต้องรับประทานให้ตรงเวลาในทุกๆมื้อและพยายามกินให้ครบ5หมู่อย่างเพียงพอตามความต้องการของร่างกายและควรจะรับประทานให้ตรงต่อเวลาให้เป็นประจำ

โดยมื้อเช้านั้นได้เป็นมื้อที่ถือว่ามีความสำคัญมากที่สุดจนไม่ควรที่จะอดอาหารและส่วนมื้อเย็นควรรับประทานแต่น้อยและไม่เกินหลัง6โมงเย็นเพราะถ้าหากว่ารับประทานดึกก่อนไปอาจจะทำให้เวลานอนมันอาจจะทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่

วิธีที่สอง ดื่มน้ำให้เพียงพอ คุณควรพยายามดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ8แก้วเพราะการดื่มน้ำอย่างเพียงพอมันก็ะมีประโยชน์ที่ดีต่อร่างกายอย่างมากมายทำให้เรื่องของสุขภาพและความงามไม่ว่าจะช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตเป็นไปอย่างปกติช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายช่วยทำให้ผิวมีความชุ่มชื่นดูสดใส

วิธีที่สาม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอคุณควรจะหาเวลาออกกำลังกายอย่างน้อยให้ได้สัปดาห์ละ3-4ครั้ง ครั้งละประมาณ30นาที

นอกจากการออกกำลังกายจะช่วยให้คลายแล้วยังช่วยทำให้กล้ามเนื้อนั้นแข็งแรงช่วยให้ปลอดและหัวใจทำงานได้ดีอีกทั้งยังช่วยสลายไขมันและจะช่วยลดความอ้วนให้กับคุณได้อีกด้วย

วิธีที่สี่ การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ นอนหลับให้ได้วันละ6-8ชั่วโมงการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอไม่เพียงแต่ร่างกายจะได้ซ่อมแซมได้อย่างเต็มที่เท่านั้นแต่ยังทำให้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความสดชื่นแจ๋มใสมีพลังในการดำเนินชีวิต

วิธีที่ห้า หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เป็นที่รู้กันว่าการสูบบุหรี่และการดื่มเหล้านั้นเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งตับมะเร็งปลออดการหลีกเลี่ยงหรือพยายามที่จะลดละเลิกพฤติกรรมที่จะส่งผลเสียให้กับสุขภาพของเหล่านี้

จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่จะทำให้เราได้มีสุขภาพที่ดีขึ้นเพราะถ้าหากว่าคุณนั้นไม่ได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายก็ย่อมเป็นการลดปัจจัยที่จะมาทำร้ายสุขภาพของเรานั้นเอง

 

สนับสนุนโดย  rb88 pantip

ผิวสวยด้วยผักสด

สำหรับความสวยความงามก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องผิวกันอย่างแน่นอนกันใช่ไหมและในวันนี้เราก็จะมาบอกเคล็ดลับเรื่องของผิวสวยด้วยผักและผลไม้มาฝากกันจ้า

ซึ่งเราก็จะมาพุดถึงเรื่องอาหารที่เกี่ยวข้องกับผัดและผลไม้ที่รับประทานไปแล้วจะทำให้ผิวสวยกลุ่มแรกนี้จะเป้นพวกผลและก็ผลไม้ที่ได้มีสีเหลืองหรือสีส้มกลุ่มนี้จะได้แก่พวกแครอทพวกฝักทองพวกมะละกอ

สำหรับมะละกอนี้ถ้าจะรับประทานส้มตำจะยังไม่ได้มะละกอนั้นจะต้องเป็นพวกมะละกอสุขเท่านั้นคือเราจะต้องรอให้พวกเขาเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองหรือว่าสีส้มก่อน

ซึ่งสารสีเหลืองหรือว่าสารสีส้มที่มันได้มีประโยชน์นี้ในการแพทย์เขาจะเรียกกันว่าสารตัวนี้ว่าสารแคโรทีนและสารแคโรทีนนั้นได้เป็นสารที่คอยต้านอนุมูลอิสระและพวกนี้นั้นมันจะคอยช่วยทำให้ผิวของเรานั้นดูสวยสดใสถ้าจะให้สังเกตเพื่อนบางคนที่ได้รับประทานผักพวกผลไม้ในกลุ่มนี้เยอะมากจนเกินไปบางทีเราจะเห็นได้เลยว่าตัวของพวกเขานั้นตัวจะมีสีออกสีเหลืองผักพวกนี้ถ้าได้รับประทานมากจนเกินไปบางทีสารตัวนี้บอกเลยว่าไม่ได้มีความอันตรายแต่จะดูเหมือนคนเป็นดีซ่าน

เพราะฉะนั้นเราได้มีทริปง่ายๆก็คือจะดูว่าเรานั้นได้รับประทานเข้าไปมากเกินไปหรือเปล่าก็อาจจะรองพลิกฝ่ามือของเราออกมาดูถ้าหากว่าเรานั้นได้มีฝ่ามือที่เหลืองเกินไปพวกนี้ก็แค่ลดปริมาณในการรับประทานลงมานิดหน่อยส่วนผักผลไม้อีกกลุ่มหนึ่งจำง่ายๆเลยเป้นพวกกลุ่มที่มีสีแดงอย่างเช่นพวกมะเขือเทศในมะเขือเทศจะมีสารสำคัญตัวหนึ่งที่ชื่อว่าไลโคปีน

นอกจากนี้แล้วไลโคปีนได้เป็นสารที่สำคัญที่พบได้ในมะเขือเทศจัดได้เป็นสามกลุ่มในแคโรทีนอยด์และไลโคปีนก็ได้เป็นสารประกอบที่ได้มีการับความสนใจ

เนื่องจากได้มีรายงานว่ามีได้มีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยเฉพาะในการลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งที่อวัยวะต่างๆและที่ชัดเจนมาที่สุดก็คือมะเร็งต่อมลูกหมากรองลงมาคือมะเร็งปอดและการรับประทานมะเขือเทศอย่างไรให้ได้ไลโคปีนสูงมะเขืเทศสด 0.88-4.20หรือเทียบเท่ากับมะเขือเทศสีดา5ลูกมะเขือเทศปรุงสุก3.70หรือเทียบเท่ามะเขือเทศผลกลาง1ลูกซอสมะเขือเทศ6.20หรือเท่ากับ10ช้อนโต๊ะซุปมะเขือเทศเข้มข้น7.99หรือเท่ากับ15ช้อนโต๊ะซอสมะเขือเทศ9.90-13.44หรือเท่ากับ12-15ช้อนโต๊ะมะเขือเทศผง112.63-126.49หรือเท่ากับ10-12ช้อนโต๊ะผลิตภัณฑ์มะเขือเทศเข้มข้น5.40-150หรือเท่ากับ10-12ช้อนโต๊ะน้ำมะเขือเทศ5.00-11.60เป็นยังไงกันบ้างของสดดีกว่าของที่ปรุงแล้วอาจจะไม่ได้เป็นจริงเสมอไป

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  รหัสคูปอง rb88

นอนอย่างไรให้ได้สุขภาพดีและมีอายุยืน

สำหรับเรื่องของการนอนนั้นหลายคนยังไม่รู้ว่าการนอนนั้นมันมีความสำคัญต่อสุขภาพของเราอย่างไรซึ่งในการนอนนั้นเราทุกคนก็ต้องหลับกันใช่ไหมเพราะว่าในการหลับช่วงกลางคืนนั้นคนเราก็จะได้รับการซ่อมแซมเขาเรียกกันว่าโกรทฮอร์โมน

ซึ่งตัวนี้ในช่วงกลางคืนในช่วงเที่ยงคืนถึงตีหนึ่งครึ่งตัวโกรทฮอร์โมนก็จะออกมาช่วยการซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอของร่างกายในร่างกายเด็กก็จะช่วยให้ในการเจริญเติบโตจะทำให้เด็กนั้นสูงขึ้นแต่เมื่อไรที่คนเรามีอายุเกิน20-30ไปแล้วพวกโกรทเพลทของกระดูกทำให้ไม่เจริญเติบโต

ดังนั้นก็จะมีการซ่อมแซมในส่วนที่ได้มีการสึกหรอในร่างกายพอคนเรานั้นได้มีอายุมากขึ้นเพราะฉะนั้นแล้วถ้าคนเรานอนไม่มีประสิทธิภาพมันจะทำให้โกรทฮอร์โมนจะออกมาน้อยลดลงมันจะทำให้การซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอได้น้อยลงและจะเป็นผลที่ไม่ดีเพราะเราก็จะมีอายุที่มากยิ่งขึ้นและจะดูแก่เกินกว่าวัยเท่านั้นเอง

นอกจากนี้แล้วเราจะนอนในช่วงเวลาไหนและวิธีการนอนแบบไหนที่ควรจะมีคุณภาพที่ดีก่อนอื่นเลยเราจะต้องเข้าสู่ในสภาวะที่ตัวของเรานั้นหลับสนิทในช่วงเที่ยงคืนถึงตีหนึ่งครึ่งดังนั้นเราทุกคนเองก็ควรรู้กันอยู่แล้วว่าเราควรจะหลับตอนไหนหรือตั้งแต่4ทุ่มหรือไม่เกิน5ทุ่มนี่ก็คือในการนอนหลับที่ถูกต้องและเราควรจะนอนหลับทุกๆวันให้มันตรงเวลาเดิมร่างกายของคนเรามีนาฬิกาชีวิตถ้าเราหลับไม่ตรงเวลาเดิมนาฬิกาชีวิตมันก็จะผันผวนไปฮอร์โมนต่างมันก็จะทำงานได้ผันผวน

สำหรับใครที่ชอบนอนเวลาตี1ตี2เขายังจะได้รับโกรทฮอร์โมนอยู่หรือไม่คือรับไม่ได้แล้วคือโกรทฮอร์โมนนั้นในร่างกายของคนเราจะออกมาซ่อมแซมในช่วงเที่ยวคืนถึงตี1ครึ่งเหมือนกันทุกๆคนมันเป็นสัญญาณของร่างกายเราเองที่มันจะหลั่งออกมาในช่วงนี้และมันก็จะหลั่งในช่วงแรกของการนอนการนอนของคนเราจะมีทั้งหลับตื้นและก็หลับลึกตอนหลับตื้นก็อาจจะเป็นในช่วงเวลาแรกๆพอหลับลึกก็จะเป็นในช่วงชั่วโมงหลังๆและทุกคนที่เริ่มฝันและจะจำความไม่ได้ก็คือการนอนหลับลึกโกรทฮอร์โมนก็จะหลั่งออกมาในช่วงหลับลึกแล้วก็จะหลั่งออกมาในช่วงการนอนแรกๆของต้นหัวนอนนอนแล้วมันก็จะหลั่ง

หลังจากที่เรานั้นได้นอนหลับสนิทโกรทฮอร์โมนมันก็จะหลั่งในช่วงแรกของการนอนหลับพอหลับไปสักพักหนึ่งในสองสามชั่วโมงถัดไปอาจจะไม่มีการหลั่งโกรทฮอร์โมนเกิดขึ้นแล้ว

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  rb88 mobile

นอนน้อยเสี่ยงอ้วน  – ลงพุง 

การนอนหลับผักผ่อนที่เพียงพอนั้นเป็นการที่เรานั้นต้องทำให้เป็นนิสัยที่ช่วยให้เรานั้นมีสุขภาพที่ดีซึ่งไม่ใช่เพียงเท่านั้นเพราะว่าการที่เรานั้นพักผ่อนให้เพียงพอนั้นยังทำให้เรานั้นรู้สึกว่าเรานั้นตื่นนอนออกมาแล้วเรานั้นอารมณ์ดีเมื่อที่เราจะทำอะไรนั้นก็ร่าเริงไม่ว่าเรานั้นจะเจอสถานการณ์แบบไหนนั้นเราก็รับมือได้ในเรื่องของงานและเรานั้นจะทำงานได้อย่างเต็มที่

แต่ว่าถ้าเมื่อใดที่เรานั้นนอนมพอขึ้นมาจะส่งผงเสียอะไรกับตัวเรานั้นบ้างแน่นอนละว่าเรานั้นต้องง่วง  อ่อนเพลีย  ในระหว่างที่เรานั้นต้องทำงานหรือว่าระหว่างวัน แต่ว่าการที่เรานั้นนอนน้อยหรือว่านอนไม่พอ อาจเป็นที่มาที่ทำให้ น้ำหนักของเรานั้นพุ่งขึ้น ก็เป็นได้

การที่เรานอนมีผลกับน้ำหนักอย่างไร 

จากการที่เขานั้นได้วิจัยค้นพบว่าความแตกต่างระหว่างในขณะที่เรานั้นกำลังนอนอยู่นั้นหรือว่าจะเป็นการที่เรานั้นตื่นนอนขึ้นมานั้นในตอนเช้า เรานั้นจะพบได้ว่าเรานั้นมีการเปลี่ยนแปลงของระดับกระบวนการของเอ็นเอเมทิลเลชั่น ของยีน ที่เกี่ยวกับการที่เรานั้นอ้วนและโรคเบาหวาน เช่นเซลล์ไขมันที่ทำหน้าที่ดูดซับกรดไขมันหมุนเวียนภายใน ร่างกาย ซึ่งถ้าเรานั้นมีการที่เรานั้นต้องเปลี่ยนแปลงจึงแสดงให้เห็นว่าเนื้อเยื่อ  ระดับฮอร์โมน และเมตาบอลิซึม   หรือว่าระบบเผาผลาญเช่นกัน  ดังนั้นถ้าเรานั้นนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอนั้นจะทำให้ระบบต่างนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลง จึงทำให้เรานมีอาการของโรคอ้วนหรือว่าน้ำหนักนั้นเพิ่มขึ้น 

การที่เรานั้นนอนน้อยทำให้น้ำหนักเรานั้นพุ่ง

มีนักโภชนาการนั้นได้ปรึกษาความเสี่ยงด้านสุขภาพนั้นได้กล่าวไว้ว่ามีการทำวิจัยไว้ว่าการที่เรานั้นได้มีการวิจัยว่าการที่คนเรานั้นนอนหลับครบ 10 ชั่วโมง ต่อคืนการที่เรานั้นนอนไม่พอเป็นความที่เรานั้นเพิ่มความอยากอาหารโดยเฉพาะเรื่องความหิวเพราะว่าการที่เรานั้นนอนไม่หลับนั้นจะส่งผลต่อประสาทว่าเรานั้นนั้นหิว จึงทำให้เรานั้นเกิดอาการอยากอาหาร และผลการวิจัยนั้นยังได้บอกอีกว่าในทุกๆการที่เรานั้นหลับนอนซึ่งจะมีผลต่อระดับฮอร์โมนที่ควบคุมความหิว ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถูกสร้างขึ้นมาในระบบทางเดินอาหาร

ในขณะที่อยู่ในเซลล์ไขมันทำการส่งสัญญาณไปยังสมองว่าเวลานี้คุณนั้นอิ่มแต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณนั้นนอนหลับไม่เพียงพอร่างกายก็จะลดระดับของฮอร์โมนเลปตินลง นั่นก็หมายความว่าฮอร์โมนเกรลินกระตุ้นให้เรานั้นหิวแต่เมื่อใดที่เรานั้นนอนหลับไม่เพียงพอนั้นระบบเผาผลาญกลับอ่อนแรงจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เราได้เห็นว่าการที่เรานั้นนอนไม่เพียงพอจะทำให้น้ำหนักของเรานั้นเพิ่มขึ้นได้เหมือนกัน 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    dewabet

การนอนกัดฟัน เป็นอันตรายที่คุณควรรู้

การนอนกัดฟันนั้นถือได้ว่าเป็นความผิดปกติชนิดหนึ่งเลยนะ ซึ่งมันจะเป็นการบดหรือขบกันระหว่างฟันบนและฟันล่าง ในระหว่างที่คุณทำการนอนหลับ ซึ่งผู้ที่มีอาการนอนกัดฟันนี้ส่วนใหญ่มักจะมีอาการรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อาการที่เกิดขึ้นในขณะที่คุณหลับอยู่นั้น เป็นช่วงเวลาที่คุณนั้นหลับสนิทอยู่ อาการก็จะคล้ายๆกับคนที่ชอบนอนกรนนั้นแหละ

ซึ่งแน่นอนว่าคุณไม่สามารถรู้ตัวได้เลยว่าคุณนอนกัดฟันหรือนอนกรน เพราะมันจะเป็นในช่วงที่คุณหลับสนิทดังนั้นถ้าหากไม่มีบุคคลอื่นอยู่ด้วยในขณะนั้นก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้เลย แต่สำหรับบางคนที่มีครอบครัวแล้วการนอนกัดฟันหรือนอนกรนนั้นก็มักเป็นปัญหาใหญ่ในการอยู่ด้วยกัน และนอกจากนั้นปัญหาในการนอนกัดฟันยังมีอีกหลายประเด็น โดยมีดังต่อไปนี้

นอนกัดฟันอาจจะพบปัญหาอะไรบ้าง

ปัญหาที่คุณจะได้รับถ้าหากคุณนอนกัดฟันนั้น โดยการกัดฟันบ่อยๆหรือมีความรุนแรงเป็นเวลานานๆ จะส่งผลให้ฟันของคุณสึก กร่อน ลงได้ง่ายๆ นอกจากนั้นยังก่อให้เกิดฟันที่บางลง และสั้นลง โดยคอฟันนั้นมีการสึกเป็นร่องได้ เมื่อมีการปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลให้เกิดอาการเสียวฟัน และจะสึกลงเรื่อยๆ

การที่ฟันของคุณสึกกร่อนลงเรื่อยๆ มันก็จะไปทำลายรูปหน้าของคุณได้ เพราะถ้าฟันสั้นลง ก็จะก่อให้เกิดรูปหน้าของคุณเปลี่ยนไปโยจะสั้นลงตามลักษณะของฟันได้ และส่งผลให้เกิดอาการเมื่อยตรวขากรรไกร หรือใบหน้าได้อีกด้วยนะ

ผลเสียยังไม่หมด การที่ปล่อยไว้เรื่อยๆ จะเป็นการทำให้ฟันของคุณบิ่นหรือแตกหักได้ หรือไม่ก็สึกไปเรื่อยๆจนถึงโพรงประสาทก็ได้เช่นกัน ดังนั้นมันจะมีผลต่อระบบเคี้ยวอาหาร และอาการปวดนั้นก็อาจจะทำให้คุณนอนหลับไม่ได้เลยแหละ

เราจะทราบได้อย่างไรว่าเรานอนกัดฟัน

การนอนกัดฟันนั้นไม่สามารถที่จะรู้ด้วยตนเองได้หรอก เพราะมันเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คุณนั้นหลับ ก็เหมือนกันคนนอนกรนนั่นแหละ หากมีความรู้สึกหรือไม่ได้หลับ อาการเหล่านั้นก็ไม่เกิดขึ้น และในการวิฉัยก็ยากเช่นกัน โดยการตรวจเพื่อวิฉัยที่ดีที่สุดนั้นก็คือการทำการตรวจ การนอน (Sleep Test) ซึ่งสามารถที่จะทำได้ทั้งที่บ้านหรือโรงพยาบาลก็ได้เช่นกัน

การทำเช่นนี้ก็เพื่อเป็นการวัดการทำงานของกล้ามเนื้อในการบดเคี้ยวขนาดที่เรานอนหลับนั่นเอง และก็ยังสามารถเช็คได้อีกหลายวิธีด้วยกัน แต่นั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะสะดวกทำแบบไหน ซ฿งททางแพทย์จะแนะนำและปรับเปลี่ยนแนวทางเพื่อให้เข้ากับผู้ป่วยนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  rb88 คาสิโน

กินขนมหวานอย่างไรให้ห่างไกลฟันผุ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “ขนมหวานและน้ำหวาน ใครๆก็กินกัน” แต่ก็ต้องยอมรับว่า ขนมหวานและน้ำหวานเหล่านี้เป็นตัวการที่ทำให้เกิดโรคฟันผุได้ง่าย เพราะน้ำตาลที่อยู่ในขนมและน้ำเหล่านี้จะเปลี่ยนกลายเป็นกรดมาทำลายผิวฟัน แต่ชีวิตนี้เราจะต้องขาดของหวานเหล่านี้จริงๆหรือ 

อาหารหวานที่ทำให้เกิดฟันผุมีด้วยกัน 3 ประเภท 

ของหวานประเภทแรกคือ อาหารหวานชนิดเหลว เช่นน้ำอัดลมสีต่างๆ ชานมไข่มุก ชาเขียวนมสด ชาเขียวผสมน้ำตาลรสชาติต่างๆ อาหารเหล่านี้จะทำให้เกิดฟันผุได้ เมื่อเรากินถี่ๆจะทำให้สภาพในช่องปากเป็นกรดได้พอสมควร 

ของหวานประเภทที่สองคือ อาหารหวานชนิดแข็งและเหนียว เช่นแยมโรล ขนมปังขาว เค้กต่างๆ อาหารเหล่านี้เมื่อเรารับประทานแล้วสามารถติดตามซอกฟันและอยู่ในช่องปากเป็นเวลานานยิ่งเสี่ยงทำให้เกิดฟันผุได้มากขึ้น

ของหวานประเภทสุดท้ายคือ อาหารหวานชนิดละลายช้า เช่น ลูกอม ขนมตังเม ข้าวแต๋นราดน้ำอ้อย อาหารเหล่านี้จะละลายช้าเมื่อเรารับประทานไปแล้ว ด้วยที่ตัวอาหารมันละลายช้าทำให้น้ำตาลคงอยู่ในช่องปากเป็นระยะเวลานานมาก ส่งผลให้สภาพช่องปากเป็นกรดมากและเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุสูงมากกว่าของหวานประเภทอื่น

แล้วเราจะกินอาหารหวานอย่างไรให้ห่างไกลฟันผุ

ถ้าอยากจะรับประทานอาหารหวานควรจะกินรวมไปเลยในมื้ออาหาร ไม่ควรกินอาหารหวานระหว่างมื้อหรือกินขนมหวานเป็นอาหารว่าง และที่สำคัญไม่ควรรับประทานน้ำหวานแบบจิบไปเรื่อยหรือกินขนมหวานแบบกินจุ๊บกินจิ๊บ

การเลือกประเภทของอาหารหวานก็เป็นสิ่งสำคัญยิ่งขนมหวานที่ละลายช้าเช่น ลูกอม ตังเม ยิ่งทำให้เกิดฟันผุได้สูงมาก ถ้าอยากรับประทานควรเลือกอาหารหวานชนิดของเหลวและเมื่อรับประทานเสร็จแล้วควรดื่มน้ำเปล่าตามมากๆ

ควรเลือกอาหารว่างที่กินอิ่มและไม่ทำให้เกิดฟันผุ โดยอาหารแนวนี้จะมีอยู่หลายกลุ่ม ตัวแรกที่อยากจะแนะนำคือ ผลไม้ที่มีเส้นใยสูงเช่น แอปเปิ้ล ฝรั่ง กล้วยหอม และมะละกอ เป็นต้น พวกนี้จะช่วยขัดฟันทำความสะอาดแถมยังดีต่อระบบขับถ่ายได้อีกด้วย  กลุ่มที่สองคือ ขนมปังโฮลวีทซึ่งสามารถนำมารับประทานแทนขนมปังขาวได้ อาหารว่างที่ไม่ทำให้เกิดฟันผุอีกประเภทที่น่าสนใจคือ นมจืด ควรเลือกรสจืด หลีกเลี่ยงนมรสหวานต่างๆ แถมในนมมีแคลเซียมช่วยเสริมสร้างให้ผิวฟันแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

จะเห็นแล้วว่า ขนมหวานและน้ำหวาน กินได้แต่ต้องรู้จักที่จะเลือกกิน รับประทานรวมไปในมื้ออาหาร ไม่กินเป็นอาหารว่าง เพียงเท่านี้ก็ช่วยป้องกันการเกิดโรคฟันผุได้แล้ว

 

 

สนับสนุนโดย  v9bet

เนื้อปลาแบบไหนที่คนเป็นโรคไตสามารถรับประทานได้และไม่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วย

วันนี้เราจะมาแนะนำปลาที่คนป่วยเป็นโรคไตรับประทานได้

เนื้อปลาที่ดีที่จะเหมาะสมกับคนที่กำลังเป็นโรคไต ซึ่งคนที่ได้เป็นโรคไตนั้นควรที่จะรับประทานปลาน้ำจืดหรือรับประทานปลาทะเลที่อาศัยอยู่ในน้ำลึกเพราะว่ามีโปรตีนสูงและมีไขมันที่ดีด้วย

เนื่องจากว่าจะได้รับไขมันชนิดPUFAที่มีโอเมก้า3 “EPAและDHA”อีกด้วย ซึ่งมันจะช่วยลดระดับไตรกีลเซอไรค์ในเลือดได้ดีอีกด้วยการที่คนป่วยโรคไตรับประทานเนื้อปลาที่ย่อยง่ายจะช่วยทำให้ค่าBUNหรือค่าของเสียจากโปรตีนออกมาน้อยซึ่งมันก็จะเป็นผลดีต่อโรคไต

ซึ่งเนื้อปลาที่ดีสำหรับคนที่กำลังเป็นโรคไตควรที่จะมีคุณสมบัติดังนี้

เนื้อปลาจะต้องไม่แปรรูปและจะไม่ต้องแช่แข็งไม่เค็ม จะต้องมีเนื้อปลาที่ขาวสวยย่อยได้ง่ายและมีไขมันดีนึ่งต้มไม่ทอดและจะเน้นในทางลอดหนังเราไปดูกันเลยว่าปลาที่เราจะพูดถึงนั้นมันจะมีอะไรกันบ้าง

ปลาทู ซึ่งจะเป็นปลาราคาถูกและดีคนที่ป่วยเป็นโรคไตสามารถรับประทานได้มีอยู่จริงซึ่งเนื้อปลาทูนั้นจะมีโปรตีนสูงจะช่วยบำรุงสมองลดไขมันในเลือดปลาทูนั้นเป็นแหล่งที่ดีของโปรตีนและโปรตีนที่ได้จากเนื้อปลาทูมันก็จะเป็นโปรตีนที่สามารถทำการย่อยได้ง่ายอีกด้วย โดยเนื้อปลาทูประมาณ100กรัมจะมีโปรตีนประมาณ24.9กรัมทั้งยังมีกรดของไขมันที่ไม่อิ่มตัวหรือกรดไขมันโอเมก้า3ค่อนข้างมาก

ซึ่งกรดไขมันชนิดนี้ร่างกายคนเรานั้นไม่สามารถี่จะสร้างขึ้นมาได้เองเราจะต้องรับเอาจากสารอาหารที่มีจากปลาทูนั่นเองเนื้อปลาทูนสั้นจะมีกรดไขมันชนิดUFAหรือกรดของไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่งมีสรรพคุณช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือดและคนที่ป่วยเป็นโรคไตนั้นสามารถทำน้ำพริกโดยนำเอาเนื้อปลาทูนั้นใส่ผสมลงไปเอาไว้กินกับผักลวกได้คุณสามารถที่จะเจริญอาหารได้เลย

ปลานิล สำหรับปลานิลนั้นได้เป็นปลาที่ได้พระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่9ที่ทรงมีพระราชดำริเผยแพร่อาหารที่มีโปรตีนและราคาถูกให้ประชาชนได้รับประทานและที่สำคัญคนที่ได้เป็นโรคไตแบบเราสามารถที่จะรับประทานได้หลากหลายเมนูได้เช่นกัน 

ซึ่งปลานิลนั้นเป็นปลาที่มีโปรตีนย่อยง่ายป้องกันการแก่ก่อนวัยและยังมีโซเดียมต่ำเนื้อปลานิลโดยลักษณะของธรรมชาติแล้วจะมีเนื้อเยื่อเกี่ยวพันธ์กว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นเมื่อเนื้อปลาสุกจะแยกออกเป็นชิ้นๆตามกล้ามเนื้อที่เกี่ยวพันธ์จะมีเนื้อปลานุ่มไม่เหนียวและคดตัวมากไปเหมือนกับเนื้อสัตว์อื่นๆเมื่อเรารับประทานปลานิลเข้าไปมันจะทำให้ระบบย่อยอาหารในร่างกายของเราจะไม่ทำงานหนักไปมากจนเกินไปจึงเหมาะกับคนที่จะมีระบบย่อยอาหารได้ไม่เต็มที่

 

 

สนับสนุนโดย  next88 line

ลดความอ้วนหรือลดน้ำหนัก ใครว่ายาก!!

ใครก็ตามที่คิดว่าการลดน้ำหนัก หรือ ความอ้วนนั้นยาก ลดไม่ได้แน่ๆ นั้นไม่ใช่เรื่องจริงนะ เพื่อนๆหันมาเข้าใจวิธีการลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนให้ถูกต้อง จะรุ้ทันทีว่าจริงๆแล้วมันไม่ยาก อย่างที่คิดเลยนะ 

เลือกอาหารที่มีประโยชน์ก่อนเลย

เพราะหลายๆคนไม่ปรับเปลี่ยนการกินตามใจปากและไม่เคยควบคุมอาหารหรือไม่ได้กินอาหารที่มีประโยชน์เลย แล้วแบบนี้จะลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนได้ยังไงละ เพื่อนๆต้องหันมาเลือกอาหารที่มีประโยชน์ก่อนเลย นั้นก็คือ เลือกกินแป้งดี โปรตีน ไขมันที่ดี นั้นเอง ไม่ได้อยากเกินไปแน่นอน เพื่อนๆหลายๆคนถ้าไม่มั่นใจว่าแป้งดี โปรตีนดีหรือไขมันดี นั้นสามารถหาข้อมูลจาก internet ได้เลย แต่วันนี้เราจะแนะนำ มาให้คร่าวๆ นะ แป้งดี คือ ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอรรี โปรตีนดี คือ อกไก่ ปลา หรือ เนื้อไม่ติดมัน ส่วนไขมันดี ก็อย่าง อะโวคาโดหรือถั่วอัลมอนด์ เป็นต้น

หลีกเลี่ยงความเครียดหรือลดแรงกดดัน

เพื่อนๆที่ลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนนั้น แนะนำให้เพื่อนๆอย่าเครียดหรือกดดันตัวเองมากเกินไป เพราะการที่เราเครียดร่างกายจะสัมผัสได้ และร่างกายจะต่อต้านและหวงไขมัน ไม่ยอมเผาผลาญไขมันนั้นเอง และอีกอย่างเพื่อนๆ อย่ากดดันตัวเองบนตาชั่งจนเกินไปนะ เพราะการที่น้ำหนักเราลดลงบนตาชั่ง ไม่ได้แปลว่าไขมันเพื่อนๆนั้นหายไปนะ ดังนั้นเพื่อนๆไปดูว่าตัวเองผอมลงจากการวัดสัดส่วนดีกว่านะ

งดของหวาน น้ำหวาน ของมัน ของทอด

เพื่อนๆที่คิดว่าน้ำหนักลงยาก เคยลองสังเกตไหมว่าตัวเองยังกินน้ำหวาน ขนมหวาน ของมันของทอดอยู่หรือเปล่า หากเพื่อนๆยังกินอยู่ ก็ไม่แปลกเลยว่าทำไมเพื่อนๆถึงบอกลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนยากก เพราะการที่เพื่อนๆกินอาหารจำพวกน้ำตาลสูง ของหวาน หรือ ของทอด ของมัน นั้นเป็นอาหารที่ให้แคลอรีกับร่างกายสูงมากและมักจะไปสะสมเป็นไขมันในร่างกายเรานั้นเอง ทางที่ดีควรเลิกกินของหวานต่างๆ ของมันของทอด จะดีที่สุด แค่ลดอาหารเหล่านี้ได้ แค่นี้การลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนก็ง่ายขึ้นทันที

มี Cheat Meal ได้

เพื่อนๆหลายคนที่ชอบกินของทอด หรือ ของหวานอยู่บ้าง จริงๆหากเพื่อนๆลดน้ำหนักมานานแล้ว สามารถมี cheat meal ได้เพื่อไม่ให้ร่างกายของเพื่อนๆเครียดเกินไปได้นะ เพียงแต่การกิน Cheat meal ก็ควรกินให้พอดีๆ นะ อย่าเผลอตามใจปากกินเยอะเกินไปนะ เพราะ ว่าอุตส่าห์ตั้งใจลดน้ำหนักมานานออกกำลังกายตั้งนาน เพื่อนๆอย่ามาพังเพียงเพราะกิน Cheat Meal เยอะเกินไปเลย ทางที่ดีวันไหนที่มี Cheat Meal แล้วอยากกินของหวาน ให้กินแค่พอประมาณเอานะ

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  สมัครsagame

หากไม่อยากติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

หากไม่อยากติดเชื้อไวรัสโคโรน่าควรพกสิ่งต่อไปนี้ไว้กับตัวเพื่อใช้เป็นของตนเองไม่ใช้ร่วมกับคนอื่น

         ในช่วงเวลานี้เราคงไม่กลัวโรคไหนเท่ากับโรคการติดเชื้อไวรัสโคโรน่ากันอีกแล้วเนื่องจากว่าเป็นโรคที่กําลังระบาดอย่างแพร่หลายทั่วโลกทั้งในประเทศไทยเองก็ยังมีผู้ติดเชื้อจำนวนหลายพันคนรวมถึงมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่านี้ด้วยเช่นเดียวกันที่สำคัญเชื้อไวรัสชนิดนี้ยังไม่มีโรคที่สามารถรักษาเฉพาะทาง

ได้ยังต้องรักษาด้วยการดูอาการรักษาตามอาการที่เป็นอยู่และมีความเสี่ยงอย่างมากที่อาจจะเสียชีวิตได้รวมถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการสามารถควบคุมการระบาดไม่ให้ระบาดได้เช่นเดียวกันดังนั้นโรคนี้จึงเป็นโรคที่น่ากลัวอย่างมากและมีความอันตรายมากเช่นเดียวกันดังนั้นเราควรจะมีการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้เราเข้าไปเสี่ยงในการที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าโดยไม่จำเป็นซึ่งนอกจากที่บางคนจะต้องทำงานอยู่ที่บ้านและเว้นระยะห่างกับคนอื่นประมาณ 1-2 เมตร

ในการติดต่อสื่อสารกันการใช้สิ่งของร่วมกันก็ถือว่ามีความเสี่ยงอย่างมากที่อาจจะทำให้เราติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ที่นี้เรามาดูกันว่าสิ่งของที่เราไม่สามารถใช้ร่วมกันได้นั้นควรจะมีอะไรบ้างเพื่อที่เราจะได้มีการป้องกันได้สำหรับข้อมูลเบื้องต้นที่ทางการแพทย์ได้มีการออกมาบอกเกี่ยวกับเรื่องของการใช้ของร่วมกันซึ่งอาจจะได้แก่เรื่องของการใช้หมวกกันน็อค

ร่วมกันสาเหตุนั่นก็เพราะว่าการใช้หมวกกันน็อคนั้นเวลาที่เราสวมหมวกกันน็อคอยู่กลางแจ้งอากาศภายในหมวกกันน็อคจะร้อนอบอ้าวซึ่งจะทำให้เรามีเหนือและเหงื่อนี่เองที่เป็นตัวทำให้เราติดเชื้อไวรัสโคโรน่ากันได้รวมถึงการใช้แว่นตาและการใช้หูฟังร่วมกันซึ่งทั้งสองอย่างนี้คืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ไม่ควรจะใช้ร่วมกัน

ดังนั้นผู้ที่ควรจะมีการป้องกันเรื่องของอุปกรณ์การแพทย์ก็คือคุณหมอและที่สำคัญของสิ่งอื่นใดสำหรับคนทั่วไปแล้วการใช้สิ่งของอื่นๆร่วมกันนั้นเป็นสิ่งที่อันตรายมากในช่วงนี้ดังนั้นเราควรจะ มีการหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกันและที่สำคัญอย่าลืมทำความสะอาดสิ่งของของเราก่อนที่จะมีการใช้ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ อะไรก็แล้วแต่อย่างเช่นโทรศัพท์มือถือ  เป็นต้นเพราะเวลาที่คนเรามีเหงื่ออาจจะเอามือไปเช็ดเหงื่อแล้วมาจับสิ่งของซึ่งเชื้อโรคของไวรัสนี้จะมาตามเหนือนั่นเอง

และผู้ที่มาจับต่อแล้วนำมือไปป้ายตามร่างกายก็จะทำให้ติดเชื้อโรคได้ดังนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือก่อนที่เราจะมีการจัดสิ่งของต่างๆเราควรจะต้องมีการใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือล้างให้เรียบร้อยแล้วที่สำคัญในช่วงเวลานี้

ที่เราอาจจะต้องมีการออกไปกินอาหารนอกบ้านแล้วควรจะมีการเตรียมช้อนเป็นของตนเองไปจะดีที่สุดเพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าตอนที่อยู่ภายนอกนั้นจะมีเชื้อโรคคนเปื้อนอยู่หรือไม่อย่างเช่นกรณีเรานั่งกินก๋วยเตี๋ยวริมทางเวลาที่คนมากินก๋วยเตี๋ยวหยิบช้อนเขาก็จะมีการเลือกช้อนในกล่องที่วางอยู่ซึ่งทำให้เชื้อโรคมาจากการหยิบช้อนตรงนี้ได้เช่นเดียวกัน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 ฝากเงิน