ลดน้ำหนักได้ง่ายๆ ไม่เครียด แค่รู้ 5 เคล็ดลับนี้ !!

การลดน้ำหนัก นั้นเป็นเรื่องที่หลายคนมองว่าทำยากเหลือเกิน ลดน้ำหนักอย่างไรให้ลงดีนะ ทั้งคุมอาหาร ทั้งออกกำลังกายก็แล้ว หรือ เราทำอะไรผิดหรือเปล่านะ ทำไมลดมาสักพักแล้วไม่ลงสักที ไขมันในร่างกายก็ไม่ได้น้อยลงไปเลย หรือ ตัวเราจะไม่มีวันผอมได้นะ… วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆที่จะมมาฝากเพื่อนๆกันละ รับรองรู้เคล็ดลับนี้แล้ว เรื่องการลดน้ำหนักจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แถมลดน้ำหนักคราวนี้ น้ำหนักลงชัวร์ ไม่เครียด อีกด้วย เราไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

อย่าคิดจะอดอาหารนะ 

เพื่อนๆหรือใครๆหลายๆคนที่กำลังลดน้ำหนัก ชอบคิดว่าการอดอาหารหรือกินอาหารใหเน้อยจะทำให้ผอมเร็ว ซึ่งนั้นเป็นความคิดที่ผิดมากเลย ที่อดอาหาร การที่เพื่อนๆยิ่งอดอาหารนั้นยิ่งทำให้ร่างกายขาดสารอาหารและทำให้ร่างกายคิดว่าเรากำลังลจะตาย ร่างกายจะยิ่งเก็บสะสมไขมันไว้ ไม่ยอมเผาผลาญมันออกมานะ 

เลือกอาหารที่ดี พอเหมาะในแต่ละวัน 

การที่เพื่อนๆ จะลดน้ำหนัก สิ่งที่จะทำให้เพื่อนๆลดน้ำหนักได้เร็วและดีนั้น คือการเลือกกินดีนั้นเอง เพื่อนๆเคยได้ยินหรือไม่ว่าการลดน้ำหนักนั้น การกินมีผล 70 เปอร์เซ็นต์ และ ออกกำลังกายอีก 30 เปอร์เซ็นต์ นั้นเอง ซึ่งนั้นก็คือหากเพื่อนๆเลือกกินดี อย่างกินคาร์โบไฮเดรตดี โปรตีนดีและไขมันดี ยกตัวอย่าง ข้าวกล้อง และ อกไก่ คู่กับสลัดผักอะโวคาโด เพื่อนๆจะสารอาหารที่ดีและช่วยลดน้ำหนักได้เร็วขึ้นด้วย เมื่อทำคู่กับการออกกำลังกาย 

ออกกำลังกายเป็นประจำดีที่สุด

อีกเคล็ดลับที่สำคัญในการลดน้ำหนัก นั้นก็คือการที่เพื่อนๆออกกำลังกายนั้นเอง เพราะว่าการออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็นการเวทเทรนนิ่ง หรือ การคาร์ดิโอ จะช่วยให้ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น อย่างการเวทเทรนนิ่ง คือการเพิ่มกล้ามเนื้อให้กับร่างกายและในขณะเดียวกัน การคาร์ดิโอ คือการเบิร์นไขมัน หรือ เผาผลาญไขมันเก่าในร่างกายเรายนั้นแอง

ต้องเลิกตามใจปากนะ 

การที่เพื่อนๆจะลดน้ำหนักให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ เค็ดลับอีกอย่างที่สำคัญมากคือ ต้องเลิกตามใจปากนะ เพราะมีหลายๆคนเลยทีเดียวท พยายามลดน้ำหนัก แต่สุดท้ายมาตายเพราะตามใจปาก บางคนตามใจปาก โดยเลือกกิน เค้ก ขนม กาแฟใส่น้ำนม น้ำหวานต่างๆ ซึ่งมันจะทำให้ร่างกายอ้วนมากๆ เพราะฉะนั้นเลิกเถอะ

การดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ ช่วยให้ลดน้ำหนักเร็วขึ้น

เคล็ดลับการดื่มน้ำเยอะๆ นั้นก็คือการที่เราดื่มน้ำเยอะๆให้กับร่างกาย ร่างกายจะสามารถเผาผลาญพลังงานได้ดียิ่งขึ้นนั้นเอง ดั้งนั้นเพื่อนๆ ควรดื่มน้ำ 8 แก้วต่อวันนะ 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ทางเข้าsagame

วิธีเกร็งกล้ามเนื้อ เพื่อลดความเครียด

หลายๆ คนอ่านแล้วคงสงสัยว่า เข้าใจอะไรผิด หรือเขียนผิดหรือเปล่า ทำไมถึงบอกว่า เกร็งกล้ามเนื้อเพื่อลดความเครียด เพราะเท่าๆที่รู้มา ทุกคนต่างรู้อยู่แล้วว่าเมื่อเกิดความเครียดนั้น ร่างกายของคนเราในส่วนของกล้ามเนื้อจะมีการหดและเกร็งตัวได้ในหลายๆ จุด ซึ่งอาจจะมีปัจจัยประกอบด้วยเรื่องของท่าทางด้วย

ซึ่งสิ่งที่ตามมาจากนั้นก็จะเกิดอาการปวดเมื่อย คอ บ่า ไหล่ ก็แล้วแต่สรีระร่างกายของคน บางคนอาการหนักปวดหัวขึ้นสมองก็มี ด้วยความที่กล้ามเนื้อตัวมากจนทำให้เส้นต่างๆ ในร่างกายหด และปวดได้ แต่ในประเทศอเมริกานั้นได้มีการคิดค้น หลักสูตร PMR ขึ้นมา ซึ่งมันคือ วิธีการเกร็งกล้ามเนื้อเพื่อคลายเครียดและคลาดวิตกกังวล

ซึ่งเปรียบเสมือนการบำบัดร่างกายและจิตใจของเรานั้นเอง โดยปี 1930 แพทย์ชาวอเมริกัน ที่ชื่อว่า Edmund Jacobson ใช้วิธีการนี้เป็นหลักการตั้งใจการเกร็งกลุ่มกล้ามเนื้อมัดใหญ่แล้วค่อยๆ ผ่อนคลายให้สอดคล้องกับการหายใจ เพื่อปล่อยสร้างลดความเครียดออกมา ซึ่งเมื่อหลายๆคนอ่านถึงตรงนี้แล้วอาจจะสงสัยว่าและวิธีการนี้เค้าทำกันอย่างไร ซึ่งเพียงแค่คุณนั้น ทำตามนี้คือ

เลือกสถานที่และเวลาที่เหมาะสมให้คุณนั่งแบบสติและไร้สิ่งรบกวนคุณได้ และท่านั่งนั้นควรจะต้องเป็นท่านั่งที่ผ่อนคลายฝึกลมหายใจเข้าออก โดยเริ่มหายใจเข้าสักห้าวินาที พร้อมกับการค่อยหดเกร็งกล้ามเนื้อทีละจุด เช่น กลุ่ม คอ บ่า ไหล่ แล้วคลายออกพร้อมกับลมหายใจออกสักสิบวินาที ซึ่งพยายามที่จะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายสัก ห้าถึงสิบนาที

ก่อนที่จะเริ่มทำ PMR กับกล้ามเนื้อกลุ่มใหม่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มกล้ามเนื้อหลัง กลุ่มกล้ามเนื้อแขน และกลุ่มกล้ามเนื้อสะโพก หรือกลุ่มกล้ามเนื้อส่วนขา ซึ่งควรทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย สองถึงสามอาทิตย์

ซึ่งประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำ PMR นั้น (ย่อมาจาก Progressive Muscle Relaxation) จะช่วยให้คุณมีการหลับนอนที่ดีขึ้น และจิตใจมีความสงบและปล่อยวางจากความคิดต่างๆ และที่สำคัญยังช่วยการลดอาการปวดตึงของกล้ามเนื้อ หรืออาการหายใจตื้นและเร็ว หัวใจสั่นได้อีกด้วย ซึ่งเป็นวิธีการคลายความเครียด โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายๆใดเลยด้วยซ้ำ

ซึ่งถ้าหากตอนนี้ใครมีปัญหาจากความเครียด หรือแม้แต่ผลต่อเนื่องจากความเครียดแล้วทำให้ร่างกายตึงและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อนั้น ซึ่งส่วนใหญ่คนเราจะเริ่มปวดคอ บ่า ไหล่และต้นคอ ก็ลองนำวิธีนี้ไปลองใช้กันดู ซึ่งหากทำเป็นประจำสักสองถึงสามสัปดาห์ขึ้นไปนั้นก็จะเริ่มผลที่ดีขึ้น โดยช่วงแรกอาจจะยากสักหน่อยสำหรับการแบ่งส่วนที่ต้องเกร็ง แต่หากทำไปเรื่อยๆ ก็ชิน และคล่องเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame

ลดน้ำหนักยังไงให้ไม่โทรมกันนะ 

การที่บางคนเคร่งครัดที่จะลดน้ำหนัก ตั้งใจอดอาหารจริงจัง ออกกำลังกายหนักหน่วง แต่กลับมาส่องกระจกดูตัวเองอีกที ทำไมถึงดูโทรมแบบนี้ ทำไมการที่เราลดน้ำหนักแล้วหน้าและร่างกายกลับดูโทรมแทนที่จะดูแข็งแรงและสดชื่น วันนี้เรามีเทคนิคดีๆมาฝากกันค่ะ 

เทคนิคที่ 1 : จดบันทึกอาหารที่เรากินในทุกวัน

การที่คุณลดน้ำหนักอยู่นั้น สิ่งที่สำคัญอย่างแรกที่คุณต้องใส่ใจกับมัน คือ อาหารที่คุณจะเลือกกินในแต่ละมื้อ และในแต่ละวัน เพราะมันจะเป็นตัวกำหนดได้ว่าคุณลดน้ำหนักได้ดีต่อร่างกายคุณหรือไม่ 

ยกตัวอย่าง คุณอาจจะกินน้อย ไม่เกินแคลอรี แต่กินแต่ โดนัท หรือ พิซซ่า คุณกินไม่เกินแคลอรีก็จริงแต่คุณคงไม่ได้คำนึงละสิว่าอาหารที่คุณกินเป็นผลเสียต่อร่างกายคุณ เพราะฉะนั้นฝึกนิสัยในการจดบันทึกอาหารที่เรากินในแต่ละมื้อในทุกๆวันดูสิ มันจะทำให้คุณใส่ใจกับอาหารคุณมากขึ้นเพราะคุณจะต้องคิดและจดบันทึกว่าวันๆหนึ่งคุณกินอะไรเข้าไปบ้าง และคุณเองก็คงไม่อยากจะมาเจอในหน้าบันทึกของคุณว่า วันนี้กินโดนัท วันนี้กินชานมไขมุก วันนี้กิน พิซซ่า แค่คุณอ่านมันคุณก็รู้แล้วว่าคุณเลือกกินอาหารผิดๆมาโดยตลอด 

เทคนิคที่ 2 : ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการกินของเรา

ปรับเปลี่ยนการกินโดยการที่คุณเลือกอาหารดีๆเข้าปากสิ อย่างที่ได้บอกไปก่อนหน้านี้แล้ว คุณลองเลือกกินอาหารแคลอรีไม่เยอะแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพดูสิทั้งอิ่มท้องและมีประโยชน์ในเวลาเดียวกันไม่ดีกว่าหรอ อาหารที่ดีจะไม่กลับมาทำร้ายร่างกายคุณอย่างแน่นอน วันนี้คุณลองกิน สเต็กปลาสักชิ้น คู่กับสลัดผัดสด ดูสิ รับรอง คุณจะเปลี่ยนใจและอยากเปลี่ยนพฤติกรรมการกินที่ผ่านมาของคุณอย่างแน่นอน เพราะดีกว่าการที่คุณ เลือกกิน Fish & Chips ถึงเมนูนี้จะเป็นปลาเหมือนกัน แต่ผลดีกับร่างกายไม่เหมือนกันนะ 

วันนี้ที่เราเอาเทคนิคง่ายๆที่จะทำให้ช่วงที่คุณลดน้ำหนัก จะได้ไม่ต้องโทรมอีกต่อไปมาฝาก หวังว่าคุณเองจะนำไปลองใช้ดูนะ เพราะถ้าคุณยังไม่สนใจในสิ่งที่คุณจะเลือกกิน หรือ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของตัวเอง ถึงลดน้ำหนักอย่างไร ร่างกายคุณก็โทรมอยู่ดี เพราะฉะนั้นการลดน้ำหนักของคุณ คุณควรที่จะดูแลร่างกายคุณให้ยังคงแข็งแรงและดูดีอยู่เหมือนก่อนลดด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ยิ่งลดแล้วยิ่งโทรม เพราะสุดท้ายถ้าคุณกลับมาส่องกระจก หน้าและร่างกายของคุณดูโทรม แล้วแบบนี้คุณจะลดน้ำหนักไปทำไมกันละ!

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8

อาการของริดสีดวงทวารมันเป็นอย่างไร

สำหรับริดสีดวงทวารเราจะต้องรู้ก่อนเลยว่าชนิดของริดสีดวงทวารมีอยู่สองอย่างใหญ่ๆเขาเรียกว่า ริดสีดวงทวารภายนอก และ ริดสีดวงทวารภายใน 

ถ้าริดสีดวงทวาร ถ้าเป็นริดสีดวงทวารมักจะมาด้วยอาการเจ็บมากกว่าถ้าคุณรองนึกถึงโฆษณาเก่าๆแบบไม่นั่งฉันไม่อยากนั่งก็เพราะว่ามันเจ็บ ซึ่งเรียกว่า ริดสีดวงภายนอกอักเสบซึ่งตรงนี้มันเป็นอาการที่เจ็บมากแบบเจ็บมากคือมันไม่อยากจะขยับตัวไปไหนเพราะว่ามันทรมานมากและอีกอันหนึ่งก็คือริดสีดวงทวารภายในอันนี้มันไม่ได้มาด้วยอาการเจ็บแต่ส่วนใหญ่มันจะมาด้วยอาการเลือดไหลหรือว่ามันได้มีเลือดเคลือบมากับก้อนอุจจาระนั้นเอง

และถ้าเป็นมากๆอยู่ดีๆคุณจะกำก้อนที่ยืดออกมาได้เป็นถุงๆเลยและในบางครั้งถ้ามันเป็นมากจนถึงจุดจริงๆไอก้อนถุงที่มันได้ยืดออกจากรูทวารของคุณมันไม่สามารถที่จะดันเข้ากลับไปได้และมันเน่าจนติดเชื่ออักเสบและบางคนเป็นถึงขั้นเสียชีวิตมันก็มีมาแล้วซึ่งริดสีดวงทวารนั้นมันเป็นสิ่งที่ทุกคนนั้นจะต้องระวังเป็นอย่างดีทีนี่เราก็ได้รู้จักชนิดของริดสีดวงทวารและอาการนำไปแล้วจากนั้นเรามาดูริดสีดวงที่ ภายนอกกันก่อน

สำหรับริดสีดวงภายนอกเด่นๆเลยก็คือเรื่องของอาการปวดก้นเวลาที่เรานั้นไปคำตรงที่รูก้นของเรามันก็จะมีติ่งเล็กๆมาก่อนและไม่เจ็บแล้วอยู่ๆดีๆเจ้าติ่งตรงนี้มันอักเสบแล้วมันได้เจ็บขึ้นมาแบบนี้จะเรียกว่าเป็นริดสีดวงทวารภายนอกการรักษาโดยส่วนใหญ่ถ้าคุณจะรักษาด้วยตนเองถามว่าได้หรือไม่บอกว่าได้ โดยการรักษาด้วยตนเองแบบเบื้องต้นถ้าไม่ได้เจ็บปวดอะไรมา

อันดับแรกให้นำเอาก้นของคุณลงไปแช่น้ำอุ่นหลังจากที่คุณขับถ่ายเสร็จแล้วให้เอาก้นของคุณไปแช่น้ำอุ่นสักประมาณ15นาทีทำเช้ากลางวันเย็น ส่วนที่สองก็คือยาเหน็บยาเหน็บตามร้านขายยาทั่วไปมีขายก็คือเอายาเหน็บเข้าไปและข้อแนะนำของการเหน็บยาพวกนี้ถ้าเหน็บเองให้คุณเหน็บยาก่อนนอนเพราะถ้าหากว่าคุณนั้น

เอาไปเหน็บในตอนกลางวันคุณเดินไปมามันก็จะหล่นลงมาคือให้คุณเหน็บเอาไว้แล้วก็นอนเลยเพื่อให้ยามันออกพิษและทำให้ยาเหน็บมันได้ลดบวมลงและนี่ก็คืออันที่สอง ส่วนที่สามมันก็คือยาเม็ดที่ซื้อเอามารับประทานแล้วริดสีดวงมันจะดีขึ้น ซึ่งมันก็จะมียาเม็ดอยู่หลายชนิดหลายยี่ห้อทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าคุณรักษาตัวเองแล้ว5-7วันมันยังไม่ดีขึ้นก็ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

ความเชื่อที่ผิด เกี่ยวกับการลดน้ำหนัก

เพื่อนๆหลายคนเลยที่ชอบมีความเชื่อผิดๆเวลาลดน้ำหนัก 

เชื่อว่า ลดน้ำหนักต้องอดอาหาร 

การที่เพื่อนๆหลายคนที่ต้องการลดน้ำหนักแล้ว ต้องลดอาหารและกินให้น้อยสุดๆ นั้น เป็นความเชื่อที่ผิดมาก เพราะการที่เพื่อนๆกินน้อยอะ จะยิ่งทำให้ร่างกายเกิดความเครียดและร่างกายคิดว่ากำลังจะขาดอาหารตาย กลายเป็นว่าร่างกายหวงไขมัน ไม่ยอมเผาผลาญไขมันสะสม ซึ่งจะยิ่งทำให้เราลดเท่าไรเราก็จะลดน้ำหนักไม่ลง นะ แบบนี้เองกินให้เหมาะสมและลดด้วยการเลือกกินสิ่งที่มีประโยชน์ให้เหมาะสมดีกว่านะ 

เชื่อว่า กินโปรตีนเยอะๆ ไม่ทำให้อ้วน 

เป็นความเชื่อที่ผิดนะ เพราะการที่คุณจะกินโปรตีน อย่าง เนื้ออกไก่ ไข่ต้ม เนื้อแดง เยอะๆ เพื่อจะได้ให้ร่างกายได้โปรตีนสูงๆนั้น ทำให้คุณอ้วนได้นะ เพราะการที่คุณจะกินอะไรมากๆเกินความเหมาะสมก็สามารถกลายเป็นพลังงานส่วนเกินในร่างกายที่เผาผลาญไม่ทันนั้นเอง สุดท้ายก็ทำให้คุณอ้วนได้ 

เชื่อว่า กินไขมัน ไม่ได้ เดี๋ยวจะยิ่งอ้วน 

การที่กินไขมันนั้นไม่ใช่เรื่องผิด แต่หลายคนชอบมีความเชื่อผิดว่ากินไขมันไม่ได้เลย เพราะมันจะยิ่งทำให้อ้วน ซึ่งความเป็นจริงแล้วไม่จริงเลย การที่คุณกินไขมันดี ยกตัวอย่างอะโวคาโด ถั่วเปลือกแข็ง น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก นั้นเป็นไขมันดีที่ร่างกายต้องการและการที่คุณกินไขมันดีเข้าสู่ร่างกาย มันจะไปช่วยไล่ไขมันไม่ดีในร่างกายออกไปด้วยนะ เพราะฉะนั้นเพื่อนๆกินไขมันดีในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยลดไขมันไม่ดีในร่างกายคุณแน่นอน

เชื่อว่า ต้องงดแป้ง ช่วงลดน้ำหนัก

การที่หลายๆคนชอบคิดว่าลดน้ำหนัก ต้องงดแป้งสิ อย่ากินเลยมันอันตราย เดี๋ยวอ้วน ซึ่งนั้นเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะจริงๆแล้ว เพื่อนๆยังสามารถกินแป้งได้ เพียงแค่กินแป้งดี หรือ คาร์โบไฮเดรตดีอย่าง ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต จะช่วยทำให้เพื่อนๆมีเรี่ยวแรงในการทำงานในแต่ละวัน และการกินแป้งดีในปริมาณที่เหมาะสมนั้นไม่สามารถทำให้คุณอ้วนได้ ตรงกันข้ามการที่คุณกินแป้งดีในช่วงเช้าหรือกลางวัน มันจะช่วยทำให้คุณอิ่มนานและนั่งทำงานได้นาน ไม่อยากของจุกจิกด้วยนะ 

เชื่อว่า ออกกำลังกายหนักๆจะได้ลดน้ำหนักได้ไวๆ

การออกกำลังกายนั้นเป็นเองที่ดีนะ แต่เพื่อนๆต้องออกกำลังกายให้เหมาะสม ยกตัวอย่าง 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ระยะเวลาในการเล่น 45 นาที – 1.30 ชั่วโมง ก็พอ ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องออกกำลังกายหนักๆ ทุกวันเล่นครั้งละ 2 ชั่วโมงเพื่อจะให้ลดเร็วๆ นั้นไม่จริงเลย มันจะทำให้ร่างกายเราเครียดเกินไป ลดยากกว่าเดิมนะสิ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนัน สมัครฟรี

อันตราย อย่าลดน้ำหนักด้วยยาลดความอ้วนเด็ดขาด 

การที่คุณลดน้ำหนักมาสักพักแล้ว ไม่ลงและใจร้อนอยากให้น้ำหนักลงอย่างรวดเร็ว เลยตัดสินใจจะไปพึ่งอาหารเสริมหรือ  ยาลดน้ำหนัก นั้นไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย เพราะคุณรู้ถึงผลอันตรายที่จะเกิดกับร่างกายของคุณหรือไม่ 

วันนี้เราจะมาบอกถึง ข้อเสียและผลที่อันตรายของยาลดความอ้วนกัน 

กดประสาทโดยตรง เป็นยาลดความอ้วนประเภทกดประสาทความรู้สึกไม่ให้หิว – การที่คุณกินยาประเภทที่กด ประสาท ทำให้คุณไม่รู้สึกหิวเหมือนปกติ อันนี้จะเห็นออกบ่อยเลย เพราะมันเป็นยาที่ระงับความอยากอาหาร ของคุณนั้นละ คุณจะไม่รู้สึกหิว และ ไม่อยากกินอะไร เป็นยาประเภทกดประสาท ซึ่งคุณคงจะลดน้ำหนักได้จริง ตอนที่พึ่งยา แต่พอคุณหยุดยา รับรองว่าความอยากอาหารของคุณต้องกลับมาแล้วมีความเสี่ยงมากที่คุณจะ ยับยั้งชั่งใจให้กินแต่พอดีไม่ได้ สดท้ายตามใจปากคุณก็กลับมาอ้วนแน่นอน ซึ่งอาการนี้คือเรียกว่าโยโย่จากยาลดความอ้วนนั้นเอง

นอนไม่หลับ และใจเต้นเร็ว – นอกจากยาที่มีการกดประสารทไม่ให้อยากอาหารแล้ว ผลข้างเคียงของยาลดความอ้วนคือทำให้คุณนอนไม่หลับ หลับยาก ตาค้าง และใจเต้นเร็วตลอดเวลา ยาลดความอ้วนประเภทนี้จะใส่สารคาเฟอีน จำนวนมากเพื่อให้คุณนั้นตื่นตัว ซึ่งกลายเป็นว่าร่างกายได้รับเกินขนาดส่งผลทำให้นอนไม่หลับ และ ใจเต้นเร็ว การที่มีอาการใจเต้นเร็วประกอบด้วยนั้นยิ่งอันตรายเพราะบางคนมีการใจเต้นเร็วจนเกิดอาการช๊อคได้ 

ขับของเสียออก ยาลดความอ้วนอีกประเภทคือการทำให้เราขับของเสีย – ยาประเภทนี้คือการที่ต้องการให้เราขับของเสียออกมา ไม่ว่าจะเป็นเหงื่อ ปัสสาวะ อุจจาระ บ่อยๆ เพียงเพราะหากเราขับของเสียบ่อยๆ มันคือการขับน้ำ ขับของเสียต่างๆออกมา และทำให้ร่างกายเบาขึ้น เวลาชั่งน้ำหนักคุณจะรู้สึกได้ว่าตัวเบาลง แต่ข้อเสียนั้นมีมากมายเลยนะ เพราะการขับของเสียออกมาเยอะๆ และถี่ๆ จะทำให้ร่างกายคุณอ่อนเพลีย และบางที่อาจจะทำให้ร่างกายคุณขาดน้ำได้ด้วย 

อารมณ์แปรปรวน ไม่คงที่ หงุดหงิดง่าย – ยาลดน้ำหนักที่ผิดกฎหมายส่วนใหญ่ หากคุณได้กินเข้าไปแล้วจะรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว และยังมีอาการของคนหงุดหงิดง่ายและอารมณ์แปรปรวนอีกด้วย เพราะยาบางตัวกดประสาท บางตัวมีผลที่ทำให้รู้สึกควบคุมอารมณ์ไม่ได้ มีผลต่อการกล่อมประสาทให้ทำงานไม่ปกติ 

จริงๆแล้วการที่อยากจะลดความอ้วนหรือผอมให้ไวนั้น มันต้องมาจากการที่คุณเลือกกินอาหารที่ดีและออกกำลังกาย พร้อมกับพักผ่อนดีนะ ไม่ใช่พึ่งยาลดความอ้วน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์ แจกเครดิตฟรี ไม่ต้องฝาก 2020

แจกวิธีลดน้ำหนักเร่งด่วน 5 วิธีที่ต้องรู้ จะได่สวยทันใจ 

คนที่ต้องการลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน และอยากสวยทันใจ วันนี้เรามีวิธีหรือเทคนิคดีๆที่จะมาช่วยให้คุณนั้นลดน้ำหนักได้เร็วขึ้นได้ด้วยตัวเอง วิธีที่เราจะนำมาฝากวันนี้ จะทำให้คุณผอมสมใจในเวลาอันสั้น ไปดูกันเลย!

พยายามชั่งน้ำหนักทุกๆวัน – การที่คุณชั่งน้ำหนักทุกๆวัน มันจะคอยเตือนใจคุณว่าอย่าเผลอกินเยอะหรือตามใจปากนะ เพราะหากเผลอสักวันสองวัน รับรอง ตัวเลขที่ตาชั่งจะฟ้องขึ้นมาทันที เพราะฉะนั้นการที่ชั่งน้ำหนักในทุกๆวันจะคอยเป็นเหมือนเครื่องเตือนใจในทุกๆวันว่าคุณจะต้องคอยระวังไม่ให้กินเยอะไป 

กินผักเยอะๆ ช่วยได้ – การกินผักเยอะๆในทุกๆมื้อนอกจากคุณจะได้ไฟเบอร์และช่วยระบบการย่อยของคุณให้ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยให้คุณอิ่มจากการกินได้ด้วยนะ ไม่เชื่อลองกินผักสัก 1 จานก่อนกินอาหารมื้อหลักดูสิ คุณจะอิ่มเร็วขึ้นแถมร่างกายก็จะรู้สึกสบายขึ้นด้วยเพราะกินผักเยอะๆนั้นยังช่วยเรื่องขับถ่ายด้วยนะ

ขยับตัวทุกๆ 2 ชั่วโมง – การที่คุณต้องขยับตัวทุกๆ 2 ชั่วโมงจะทำให้ร่างกายรู้สึกระปรี้กระเปร่า เพราะไม่ยังงั้นนะ คุณอาจจะอยากนอนเล่นทั้งวัน ไม่ลุกไปไหน หรือ ไม่ยอมขยับไปไหนเลย กินๆนอนๆ ซึ่งมันจะทำให้คุณไม่ได้เผาผลาญไขมันในร่างกายเท่าไรเลยนะ

นอนตอนกลางคืนเยอะๆ แทน – ทางที่ดีสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก นั้นก็คือต้องนอนอย่างน้อยให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อวันและต้องนอนอย่างมีคุณภาพ หรือ หลับลึก แนะนำว่าคุณควรจะนอนตั้งแต่ 22.00 น. นะ เพราะการนอนนั้นมีผลต่อร่างกายของคุณ ไม่ว่าจะเป็นระบบเผาผลาญ หรือ ระบบการย่อย เพราะถ้าร่างกายไม่ได้พักผ่อนมากพอ ทุกๆอย่างจะทำงานได้แย่ลง

ดื่มน้ำให้เยอะๆ 8 แก้วเป็นอย่างต่ำ- การที่คุณจะลดน้ำหนัก อีกอย่างที่จำเป็นอย่างมากสำหรับการลดน้ำหนัก นั้นก็คือการดื่มน้ำเยอะๆ เพราะการดื่มน้ำนอกจากทำให้ร่างกายสดชื่นแล้ว ยังช่วยระบบต่างๆของร่างกายให้ทำงานให้ดีขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือระบบเผาผลาญนั้นเอง การดื่มน้ำ 1 แก้ว ตอนตื่นนอนนั้นจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญในร่างกายได้เป็นอย่างดี

        วิธีที่นำมาฝากทุกคนวันนี้อาจจะไม่ได้แปลกใหม่อะไร แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจในเรื่องพื้นฐานในการเริ่มต้นลดน้ำหนักที่ดีนะสิ เพราะฉะนั้นเองคุณลองหันมามองว่า 5 วิธีนี้คุณทำครบและทำมันได้อย่างดีแล้วหรือยัง เพราะมันจะเป็นตัวช่วยที่จะทำให้คุณลดน้ำหนักได้เร็วนะ

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน

วิธีการลดน้ำหนัก สำหรับสาวๆ วัย 30+ 

พออายุเข้าเลข 30 แล้ว บางคนอยากลดน้ำหนักลดเท่าไรก็ไม่ลง ลงยาก กินนิดกินหน่อยก็อ้วนง่าย สาวๆ 30+ คงกลุ้มใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะเมื่อก่อนอยากจะลดใช้เวลาแป๊ปเดียวก็ลงแล้ว ไม่อยากแบบนี้เลย วันนี้เราเลยรวบรวมข้อมูลดีๆ มาฝากสาวๆ30+ กัน มันคือ 7 วิธีง่ายๆในการช่วยลดน้ำหนัก และคุณจะกลับมามีหุ่นดีสมใจอีกครั้ง

นอนหลับวันละ 6-8 ชั่วโมง

การนอนสำคัญมากที่จะช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูและมีเรี่ยวแรงในการทำงานในวันถัดไป และการนอนอย่างเพียงพอและนอนแบบมีคุณภาพ 6 -8 ชั่วโมง ยังช่วยกระตุ้นฮอร์โมนการเจริญเติบโตหลั่งออกมาได้ดีอีกด้วย ซึ่งนั้นก็จะช่วยไปกระตุ้นระบบการเผาผลาญและระบบต่างๆของร่างกายให้ดีขึ้นตามไปด้วยนะ 

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

เข้าเลข 30+ แล้ว อย่าละเลยการออกกำลังกายเลยเพราะสิ่งที่จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้และมีหุ่นฟิตสมใจ นอกจากกินดีแล้ว สิ่งที่สำคัญคือการออกกำลังกายนั้นละ คุณพยายามออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้ง ต่อ สัปดาห์ด้วยระยะเวลา 1.00-1.30 ชั่วโมง ต่อครั้งนะ จะช่วยให้ร่างกายคุณสดชื่นและคลายเครียดได้ด้วยนะ

กินเนื้อปลาให้เยอะขึ้น ทานเนื้อสัตว์อื่นๆให้น้อยลง

การที่คุณกินเนื้อปลานั้นดีสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักมากนะ เพราะมีโปรตีนสูง ไขมันต่ำ แคลต่ำ แถมอุดมไปด้วยสารอาหารมากมายและย่อยง่ายอีกด้วย ยิ่งกินคู่กับผักสลัดแล้วจะทำให้ร่างกายคุณได้วิตามินครบถ้วนเลยทีเดียว

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน

การที่สาวๆขึ้น 30+ แล้วนั้นจะต้องดูแลเรื่องอาหารเป็นอย่างดีเพราะว่า ระบบเผาผลาญไม่ได้ดีเท่าสมัยวัยรุ่น เพราะฉะนั้นการจะกินก็ควรกินแต่พอดี พออิ่มอย่าตามใจปากมากจนเกินไป และรวมไปถึงการกินข้าวแต่ละคำหากใครที่ติดกินเร็วๆ ต้องปรับให้ตัวเองเคี้ยวช้าลงนะ เพราะการกินเร็วๆมีโอกาสทำให้คุณกินเยอะและรู้ตัวอีกทีกินอิ่มแน่นท้องไปหมด การเคี้ยวช้าๆจะทำให้สมองรู้สึกอิ่มในช่วงที่คุณไม่ได้กินเยอะจนเกินไป

ดื่มน้ำเย็น บ้างนะ

การที่ดื่มน้ำเย็น จะทำให้ร่างกายพยายามปรับอุณหภูมิของน้ำให้เท่ากับร่ากาย นั้นจึงเกิดการเผาผลาญมากกว่าปกติไงละ แต่ไม่ต้องดื่มเยอะจนเกินไปนะ เพียงแค่จิบน้ำเย็นบ้างเพื่อจะได้ไปกระตุ้นระบบเผาผลาญยังไงละ

ดื่มชาเขียวช่วยได้ 

การที่เราอายุมาขึ้นนั้น ระบบเผาผลาญเราก็มีโอกาสทำงานได้ไม่ดีเท่าเมื่อก่อน การดื่มชาเขียววันละ 2-3 แก้ว จะช่วยไปกระตุ้นระบบเผาผลาญได้ดีและยังช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีอีกด้วยนะ เพระฉะนั้นอย่าลืมหันมาดื่มชาเขียวกันนะ

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์

6 วิธีการลดน้ำหนัก สำหรับสาวๆ วัย 30+ 

พออายุเข้าเลข 30 แล้ว บางคนอยากลดน้ำหนักลดเท่าไรก็ไม่ลง ลงยาก กินนิดกินหน่อยก็อ้วนง่าย สาวๆ 30+ คงกลุ้มใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะเมื่อก่อนอยากจะลดใช้เวลาแป๊ปเดียวก็ลงแล้ว ไม่อยากแบบนี้เลย วันนี้เราเลยรวบรวมข้อมูลดีๆ มาฝากสาวๆ30+ กัน มันคือ 7 วิธีง่ายๆในการช่วยลดน้ำหนัก และคุณจะกลับมามีหุ่นดีสมใจอีกครั้ง

นอนหลับวันละ 6-8 ชั่วโมง

การนอนสำคัญมากที่จะช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูและมีเรี่ยวแรงในการทำงานในวันถัดไป และการนอนอย่างเพียงพอและนอนแบบมีคุณภาพ 6 -8 ชั่วโมง ยังช่วยกระตุ้นฮอร์โมนการเจริญเติบโตหลั่งออกมาได้ดีอีกด้วย ซึ่งนั้นก็จะช่วยไปกระตุ้นระบบการเผาผลาญและระบบต่างๆของร่างกายให้ดีขึ้นตามไปด้วยนะ 

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

เข้าเลข 30+ แล้ว อย่าละเลยการออกกำลังกายเลยเพราะสิ่งที่จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้และมีหุ่นฟิตสมใจ นอกจากกินดีแล้ว สิ่งที่สำคัญคือการออกกำลังกายนั้นละ คุณพยายามออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้ง ต่อ สัปดาห์ด้วยระยะเวลา 1.00-1.30 ชั่วโมง ต่อครั้งนะ จะช่วยให้ร่างกายคุณสดชื่นและคลายเครียดได้ด้วยนะ

กินเนื้อปลาให้เยอะขึ้น ทานเนื้อสัตว์อื่นๆให้น้อยลง

การที่คุณกินเนื้อปลานั้นดีสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักมากนะ เพราะมีโปรตีนสูง ไขมันต่ำ แคลต่ำ แถมอุดมไปด้วยสารอาหารมากมายและย่อยง่ายอีกด้วย ยิ่งกินคู่กับผักสลัดแล้วจะทำให้ร่างกายคุณได้วิตามินครบถ้วนเลยทีเดียว

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน

การที่สาวๆขึ้น 30+ แล้วนั้นจะต้องดูแลเรื่องอาหารเป็นอย่างดีเพราะว่า ระบบเผาผลาญไม่ได้ดีเท่าสมัยวัยรุ่น เพราะฉะนั้นการจะกินก็ควรกินแต่พอดี พออิ่มอย่าตามใจปากมากจนเกินไป และรวมไปถึงการกินข้าวแต่ละคำหากใครที่ติดกินเร็วๆ ต้องปรับให้ตัวเองเคี้ยวช้าลงนะ เพราะการกินเร็วๆมีโอกาสทำให้คุณกินเยอะและรู้ตัวอีกทีกินอิ่มแน่นท้องไปหมด การเคี้ยวช้าๆจะทำให้สมองรู้สึกอิ่มในช่วงที่คุณไม่ได้กินเยอะจนเกินไป

ดื่มน้ำเย็น บ้างนะ

การที่ดื่มน้ำเย็น จะทำให้ร่างกายพยายามปรับอุณหภูมิของน้ำให้เท่ากับร่ากาย นั้นจึงเกิดการเผาผลาญมากกว่าปกติไงละ แต่ไม่ต้องดื่มเยอะจนเกินไปนะ เพียงแค่จิบน้ำเย็นบ้างเพื่อจะได้ไปกระตุ้นระบบเผาผลาญยังไงละ

ดื่มชาเขียวช่วยได้ 

การที่เราอายุมาขึ้นนั้น ระบบเผาผลาญเราก็มีโอกาสทำงานได้ไม่ดีเท่าเมื่อก่อน การดื่มชาเขียววันละ 2-3 แก้ว จะช่วยไปกระตุ้นระบบเผาผลาญได้ดีและยังช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีอีกด้วยนะ เพระฉะนั้นอย่าลืมหันมาดื่มชาเขียวกันนะ

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน หวย

กินถั่วงอกดิบระวังจะเจอกับสารอันตรายที่ปนเปื้อนมาด้วย

          เชื่อว่าใครหลายๆคนย่อมรู้จักถั่วงอกและเคยกินถั่วงอกดิบกันมาแล้วเกือบทุกคนเพราะถูกนอกนั้นสามารถกินดิบเป็นผักที่สามารถกินควบคู่กับอาหารอย่างอื่นได้เช่นคนจะนิยมกินถั่วงอกดิบควบคู่กับการกินขนมจีน  และยังมีอาหารอีกหลายอย่างที่มีการกินถั่วงอกดิบคู่ด้วยไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวหรือการใส่กินคู่กับผัดไทยหรือบางทีเราก็กินควบคู่กับหอยทอด

ซึ่งบางคนชอบมากในการกินถั่วงอกดิบแต่บางคนก็นำถั่วงอกมาปรุงอาหารให้สุกก่อนแล้วค่อยกินแต่อย่างไรก็ตามถั่วงอกนี้ถือว่าหากเราล้างสะอาดแล้วคนส่วนใหญ่ก็คิดว่ามันไม่เกิดอันตรายอะไรแต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลยสำหรับถั่วงอกแบบนี้ถือว่าเป็นผักที่หากเรากินดิบแล้วจะเกิดอันตรายเนื่องจากว่ามันจะมีสารปนเปื้อนปนอยู่ในนั้นซึ่งตัวสารปนเปื้อนนี่เองที่เราเรียกว่าสาร e coli และเจ้าตัว E coli นี่เอง

มันคือเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งซึ่งมันจะส่งผลทำให้เมื่อเรากินเข้าไปแล้วอาจจะทำให้เกิดอาการท้องเสียคลื่นไส้อาเจียนได้เช่นเดียวกันสาเหตุที่มันมีเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ก็เพราะว่าตอนที่เรามีการปลูกถั่วงอกนั้นเรามักจะปลูกในสถานที่ที่มีความชื้นซึ่งอย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าพวกเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อรานั้นมักจะชอบอยู่ในบริเวณที่มีความชื้นเช่นเดียวกันและยิ่งถ้าอุณหภูมินั้นเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพวกมันแล้วแล้วก็มันก็เจริญเติบโตได้ดีถั่วงอกนั้น

ถือว่าเป็นแหล่งที่เพาะเชื้อแบคทีเรียได้ดีเลยทีเดียวอีกทั้งร้านบางร้านที่มีการเพาะถั่วงอกขายบางคนเขาก็ใส่พวกสารฟอกขาวตอนที่เอาถั่วงอกมาแช่น้ำเพื่อให้ถั่วงอกนั้นดูขาวแล้วก็ดูอวบอ้วนน่ากิน ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่มักจะซื้อเลือดกินถั่วงอกที่อวบอ้วนแล้วเก็บไว้ได้นานแต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าถั่วงอกชนิดนี้หรือถั่วงอกแบบนี้นั้น

จะมีสารปนเปื้อนเข้าไปด้วย เรามักจะไม่ค่อยเห็นว่าคนที่กินถั่วงอกแล้วจะมีอาการรุนแรงถึงขนาดเสียชีวิตได้แต่ก็เถียงไม่ได้ว่าบางคนที่กินเข้าไปแล้วอาจจะทำให้เกิดอาการท้องเสียหรืออาเจียนได้เพราะฉะนั้นก็ถือว่าถูกนอกนั้นก็ยังสร้างอันตรายให้กับมนุษย์เราได้ทางที่ดีเราก็ควรจะมีการหลีกเลี่ยงการกินถั่วงอกออกไปเลยทักเราอยากกินถั่วงอกนั้น

ให้เรานำถั่วงอกมาปรุงให้สุกซะก่อนแต่ควรจะงดการกินถั่วงอกดิบกันเด็ดขาดที่สำคัญเวลาที่เราเลือกซื้อถั่วงอกมากินนั้นถ้าถั่วงอกมันดูข่าวมากจนเกินไปก็ไม่ควรที่จะซื้อมากินเพราะมั่นใจได้เลยว่านั่นคือไม่มีการแค่สารที่ทำให้ขาว 

 

สนับสนุนโดย  sagame ทดลอง